หน้าหลัก
มุมมอง
ปัญหา

เปลี่ยนรหัสผ่าน



เราดีใจ! ที่แมวของคุณได้บ้านใหม่

บอกบางอย่างกับเพื่อนๆที่ติดตามโพสประกาศของคุณ (สามารถเว้นว่างได้)


ปัญหาทั้งหมด

2
ปัญหาทั่วไป
เราโต้แย้งไม่ค่อยได้
คือ ต้องบอกก่อนว่าผมมีนิสัยที่เงียบ ๆ ค่อนข้างถ่อมตน ให้เกียรติคนอื่นและเป็นฝ่ายยอมเสมอ แต่ลึก ๆ แล้ว ผมเองก็ไม่ได้ชอบที่จะยอมหรอก เพราะผมก็รู้สึกอยู่ว่า ถ้าเกิดเป็นเรื่องที่ทำให้เดือดร้อนตัวเรา ผมก็จะป้องกันตัวในการดต้แย้งออกไป แต่ผมติดนิสัยเสียที่ไม่กล้าพูด และบางทีก็คิดเหตุผลในการโต้แย้งไม่ออก จนบางทีก็เคยคิดทำไมเราโง่อย่างนี้ ผมควรจะทำยังไงดีกับจุดนี้ครับ ถึงจะกล้าและฉลาดมากขึ้น
0
ปัญหาทั่วไป
รู้สึกไม่พอใจคน ๆ หนึ่งมากครับ
ผมมีเพื่อนอยู่คนนีง เขาก็ไม่ได้สนิทอะไรกับผมมากหรอก แต่เขามีนิสัยเสียที่ชอบพูดด่าคนอื่นเสีย ๆ หายๆ เหมือนกับขับไสไล่ส่ง ไม่อยากจะคุยด้วย เวลาเล่น ๆ กับเขาก็จะพูดแบบห_า ๆ ใส่ คือบางทีมันก็เล่น ๆ ปะ แล้วเวลาผมคุยอะไรด้วย บางทีก็เป็นเรื่องสำคัญแต่ก็ชอบทำเมิน จนครั้งนึงผมต้องขึ้นน้ำเสียงใส่ถึงจะคุยด้วย คือรู้จักกันมา 3 ปี ก็เข้าใจว่าอาจจะเป็นคนที่มีปมอะไรบางอย่างและมันก็เป็นแค่หนึ่งในข้อเสียของเขา (เพราะส่วนใหญ่เขาจะชอบอยู่คนเดียวแบบ'โลกส่วนตัว') แต่มันไป ๆ มา ๆ มันหลายครั้งจนบางทีก็ทนไม่ไหว มันเกินไปในบางทีนะ ผมไม่พอใจที่ต้องเจอแบบนี้ครับ ผมคิดว่าถ้าเกิดเป็นอย่างนี้ก็คงบอกตรง ๆ ว่าไม่พอใจกับนิสัยและควรจะรับแก้ได้แล้ว แต่ผมก็ไม่เคยที่จะกล้าพูดตรง ๆ กับเพื่อนออกไปตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ผมควรจะพูดออกไปตรง ๆ ดีมั้ย หรือควรปล่อยเอาไว้ เพราะเดี๋ยวมันก็หายไปกับเรื่องแบบนี้ แล้วถ้าเกิดว่าจะพูดตรง ๆ ออกไปผมควรจะทำยังไงดี
3
ปัญหาชีวิต
ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ในอนาคต
ตอนนี้ผมอยู่ ม.6 ช่วง เทอม 2 พึ่งเปิดเทอมไปหมาด ๆ ตัวผมกำลังสงสัยในตัวเองว่าจะทำอะไรได้บ้างกับสิ่งที่ตัวเองสามารถ ผมเรียน ศิลป์-ภาษาญี่ปุ่น เกรดประมาณ 3 กว่า ๆ (แต่ไม่เคยถึง 3.5) และสอบวัดระดับความรู้ได้ N4 (ระดับ ง่ายสุด 5 4 3 2 1 ยากสุด) เล่นเปียโนแกะเพลงได้ 2-3 เพลงแต่ไม่ได้เก่ง กีฬาก็พอเล่นกับเพื่อนได้ก็บาสเกตบอล ในชีวิตมัธยมของผมมันก็สนุก ไม่ได้แย่อะไร แต่ไม่ได้รู้สึกว่าทำได้คุ้มค่าเท่าไร ผมก็เป็นคนชอบกิจกรรม(ถึงแม้จะไม่ใช่หน้าที่ที่สำคัญก็เถอะ) แล้วก็ไม่ได้ทิ้งเรื่องเรียน แต่ผมคิดว่าผมขาดอะไรบางอย่างไป ผมมักจะมองคนที่เป็นดาวโรงเรียนเสมอ และประทับใจในตัวพวกเขา สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดในตัวพวกเขาก็คือ สิ่งที่พวกเขาได้พยายามมากกว่าคนอื่น ๆ หลายเท่าตัว ทำให้ผมมองไปแล้วก็ประทับใจ แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกอิจฉาลึก ๆ ผมอิจฉาในตัวพวกเขาที่มีแรงบันดาลใจในการทำอะไรบางอย่างที่จะทำให้มันดี และรักในสิ่งที่ทำ แต่ตัวผมกลับไม่มีสิ่งเหล่านั้น เวลาผมทำกิจกรรมผมก็ทำเต็มที่ถึงแม้จะเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่ผมก็ยังคิดว่าตัวเองยังไม่ได้พยายามเท่าพวกเขา อย่างเช่น คนบางคนอยากจะเป็น นักการเมือง เพราะต้องการจะทำให้ประเทศดีขึ้น หรือมีไอดอลที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจว่าอยากจะเป็นเหมือนไอดอลของเขา แต่ตัวผมไม่ได้มีไอดอล หรือความคิดที่ยิ่งใหญ่อะไรอย่างนั้น ที่ผมเลือกเรียนสายนี้ก็เพราะว่าตัวเองแค่คิดว่ามันเท่ดี หรือก็แค่คำพูดที่พูดมันเท่ แน่นอนว่าชอบการ์ตูนญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ได้ชอบหนักขนาดนั้น ตัวผมคิดจะเลือกเรียนคณะ อักษรศาสตร์/ศิลปศาสตร์/มนุษยศาสตร์ เอกญี่ปุ่น แต่มันคิดแล้วก็คิดอีก ว่าตัวเองจะทำอะไรได้บ้างกับสิ่งที่ตัวเองสามารถ เพราะตอนนี้ผมไม่มีเป้าหมายในใจเลยสักนิด ว่าจะเป็นอะไรหลังจากเรียนจบ เพราะผมไม่ได้ชอบอะไรสักอย่างเป็นพิเศษ ที่เลือกเรียนหรือทำบางอย่างอย่างมีความสุข มันก็เพราะว่าเราทำได้ดีในเรื่องนั้น เลยทำไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าไปต่อเรื่อย ๆ คิดว่ามันคงไม่ดีแน่ ๆ ถ้ามีความคิดแค่นี้ผมควรหาแรงบันดาลใจยังไงดีครับ ผมก็แค่อยากจะทุ่มเทในสิ่งที่ตัวเองทำมากกว่านี้
2
ปัญหาด้านการงาน
เป็นคนทำงานไม่ดี
สวัสดีครับ จริง ๆ อันนี้เป็นปัญหาที่ผมเป็นมานานแล้ว แต่ก็ไม่เคยแก้จุดนี้ได้ มันเคยเกิดปัญหาขึ้นจนมันแก้ไม่ได้ ทำให้โดนต่อว่าและโดนคนเมินอยู่สักพัก ไม่ได้รับการไว้วางใจจากฝ่ายตรงข้ามเลย ผมคิดว่าเป็นคนจริงจังกับทุกงาน แต่ก็ทำงานได้ด้อยกว่าคนที่สบาย ๆ กว่าที่ไม่ได้จริงจังอะไร ผมเองก็รู้ตัวว่าเป็นคนคิดมาก ขี้กังวล อยากจะทำงานออกมาให้ดีที่สุด แต่ก็ไม่ได้ดีอย่างที่คาดเอาไว้ มันทำให้ผมเครียดจนแอบไปร้องไห้เลยด้วยซ้ำ พ่อแม่ก็เอาแต่บอกว่าสบาย ๆ เข้าไว้ โดยที่ไมรู้เลยว่าผมกดดันขนาดไหนเวลาทำงาน เพราะผมแค่อยากจะให้การทำงานของผมดีขึ้นมันก็แค่นั้นเอง ผมแค่อยกจะทำมันให้ดีขึ้นมันก็แค่นั้นเอง ช่วยแนะนำหน่อยสิครับว่าเราควรจะทำยังไงกับตัวเราดี
2
ปัญหาทั่วไป
เพื่อนไม่คบ โดดเดี่ยว
ปัญหามีอยู่ ว่าหนูเคยมีเพื่อนหลายคนอยู่ แต่เคยผิดกับเพื่อนหลายๆคนมากๆ และหนูก็รู้ด้วยว่านิสัยของตัวหนูเป็นคนโผ่งผ่าง พูดไม่คิด แต่เป็นคนคิดมาก ดร่ามามาก จนเพื่อนหายไปหมด จนตอนนี้เหงา และโดดเดี่ยวมากเลยค่ะ ตอนนี้กำลังพยายามพัฒนาตัวเอง ดูจากหลายสำนัก จนเชื่อในตัวเองขึ้นมาบ้าง และมีเป้าหมายชัดเจนแล้ว มีกิจกรรมที่ชอบแล้ว แต่ก็ติดที่ไม่มีเพื่อนคุย มันเลยเหงาบ้าง รู้สึกไม่สำคัญเลย ควรทำยังไงดีคะ หนูก็พยายามขอโทษเพื่อน แล้ว ก็ไม่สำเร็จ หนูควรทำยังไงดีคะ? และถ้าเเก้ไขอะไรไม่ได้เเล้วควรทำไงดีคะ?(โดยส่วนตัวอาจจะชอบอยู่คนเดียวด้วย และงานอดิเรกไม่เหมือนเพื่อน เลยหาพื่อนยาก ควรทำยังไงดีคะ?)
1
ปัญหาชีวิต
ช่วยหาจิตแพทย์ที่เข้าถึงง่ายหน่อยครับ
ผมลองไปหาจิตแพทย์ที่รพ.แห่งหนึ่งแต่โก็ดนส่งไปที่อายุรกรรมครับ ซึ่งผมรอไปหลายชั่วโมงจนไม่อยากรอและเดินออกมา รู้สึกเสียเวลากับการรอ อยากจะทราบว่ามีที่ไหนบ้างที่เข้าหาจิตแพทย์ได้ง่าย
1
ปัญหาความรัก
จริงๆชอบเขาไหมนะ
หนูมีเพื่อนอยู่คนนึงค่ะ เป็นผู้หญิง เป็นเพื่อนต่างคณะ เราเคยรู้จักกันตอนเราไปค่าย ระยะเวลาเข้าค่ายไม่นานมาก ประมาณ1อาทิตย์ แต่ทำให้หนูรู้สึกว่าเหมือนได้เพื่อนสนิทเลยค่ะ เรารู้ใจกัน คุยกันได้เข้าคอ หลังออกค่าย เราก็ยังติดต่อกันบ้าง ส่วนใหญ่เขาจะมาระบายปัญหาเรื่องแฟน หนูก็ให้คำปรึกษาไป แต่หลังๆมาเขามีปัญหากับแฟนบ่อยขึ้น จนสุดท้ายก็เลิกกัน ตอนนั้นหนูก็ฟังเขาโทรมาร้องไห้ คอยอยู่ข้างๆให้กำลังใจเขา เพราะเขาเป็นคนที่อยู่คนเดียวไม่ได้ เขาจะคิดฟุ้งซ่าน ไม่กินข้าว หนูอยู่ข้างๆจนเขาดีขึ้น ไม่เอาเรื่องอดีตมาทำร้ายตัวเอง หลังจากนั้นเราก็คุยแชทกันบ่อยมากขึ้นค่ะ โทรปลุกกันบ้าง โทรคุยกัน ไปกินข้าวกินขนมด้วยกัน และเราก็คุยกันเหมือนจะมากกว่าเพื่อน แต่เราเคยเปิดใจกันแล้วว่าเราคุยแบบนี้ทั้งสองโอเค และจะเป็นแค่เพื่อนกัน ช่วงเวลานั้นหนูมีความสุขมากค่ะ มีรอยยิ้มในทุกวันเลย จนคนรอบๆข้างสงสัยว่าหนูมีแฟน ผ่านไปประมาณ 9 เดือนค่ะ วันหนึ่งเขามาบอกว่าเขากำลังจะชอบหนู และไม่อยากให้หนูอึดอัด เพราะเขารู้ว่าหนูไม่ได้ชอบผู้หญิง เลยจะถอยห่าง ตอนนั้นหนูก็เสียใจนะคะ ที่เหมือนเรากำลังจะเสียเพื่อนคนนึงไป ละอยากบอกกับเขามากๆว่าเราก็รู้สึกเหมือนกัน แต่หนูพูดออกไปไม่ได้ เพราะวันนึงหนูอาจจะทำให้เขาเสียใจ และอาจจะเสียเพื่อนคนนี้ไป หลังจากนั้นเขาก็คุยน้อยลงเรื่อยๆ นานๆตอบที แต่หนูรู้สึกเหงามาก มันไม่ชินซักที อยากทักแต่ก็กลัวว่าเขาไม่อยากคุย กลัวเขาจะคิดว่าเรามาเล่นกับความรู้สึกของเขา กลัวนู้นกลัวนี่ เป็นห่วงแต่เขาว่าจะโอเคอยู่มั้ย จนไม่กล้าทำอะไรเลยค่ะ ได้แต่ติดตามข่าวว่าวันนี้เขาจะทำอะไร ไปที่ไหน ตอนนี้ในใจหนูมันอึดอัดมากๆ หนูไม่รู้ว่าหนูชอบเขาจริงๆมั้ย หรือแค่หนูเหงา แค่ความเคยชิน หนูควรทำไงดีคะ ควรอยู่แบบนี้ต่อไปเพื่อเขาหรือสารภาพดีคะ
1
ปัญหาความรัก
รักครั้งเเรกหัวใจก็เเตกสลาย เร็วเกินไปไหม กับความผิดหวัง First love
ขออนุญาต แชร์ประสบการณ์ รักครั้งเเรกหัวใจก็เเตกสลาย เร็วเกินไปไหม กับความผิดหวัง First love ไอ=จขกท พี=แฟนเก่าจขกท ไอเคยมีแฟน(แฟนคนเเรก) ไอเป็นคนเข้าไปจีบเอง คบกันมาได้3-4เดือน พีบอกเลิก ไอไม่ถามหาเหตุผลไอก็ปล่อยไปเพราะในตอนนั้นไม่ได้คิดจริงจังกับคนคนนี้ แต่ถัดมาอีกเดือนสองเดือนก็เริ่มคิดถึงล่ะ เเละโชคก็เข้าข้างให้พีกลับมา ช่วงเวลาที่เลิกกันไป ทั้งสองคนไอกับพีไม่เคยมีใครเข้ามาใหม่ พอได้กลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ต่างคนก็จริงจังกับความรักมากขึ้น แต่สุดท้ายเป็นไอที่ผิดสัญญาก่อน ค่อนข้างร้ายเเรงแต่เมื่อคุยกันรู้เรื่อง ปัญญหาที่เกิดก็คลี่คลายกลับมาสงบสุข เรื่อยๆจนเวลาผ่านไปเท่าไรไม่รู้ เริ่มมีคนเข้ามาหาพี ชื่อวิน(ผญ) ไอรู้จัก เพื่อนไอเอง (ด้วยความที่ทำกิจกรรมด้วยกันทำให้อยู่ด้วยกันนานจนค่อนข้างสนิท) ทำให้ช่วงนั้นไองอนกัน มันยิ่งได้โอกาสเป็นที่ระบายของพี ปรึษาหารือเรื่องไอ ไอ่สาด กูหมึน เเต่ไอก็ผิดเพราะมารู้เรื่องทีหลังว่าพีมันหึงที่ไอเล่นกับเพื่อนผู้ชายมากเกินไป เเล้วเอาไปเอามาไอก็ทะเลาะกัน พีมีเพื่อนเป็นผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง ชื่ออีบีสายเสี้ยม อีบีแม่งก็เสี้ยมจนทะเลาะกันหนักเข้าไปอีก แม่งไม่รู้ไปเสี้ยมยังไง ทำเอาไอร้องให้ตาบวมอยู่เป็นอาทิตย์ ที่ร้องเพราะว่า ช่วงนั้นพีไม่คุยไม่ฟังอะไร เราก็ไม่มีโอกกาสได้อธิบาย จนเลิกกันพีก็เป็นคนบอกเลิกอีกตามเคย ตรงกับวันที่กูเเม่งเตรียมคำพูดมากมายจะไปง้อพี เตรียมแผนการอย่างดีบอกเพื่อนให้ดักพีไม่ให้พีออกทางไหนได้ มีแผลนง้ออะเอาง่ายๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำเพราะพีชิงบอกเลิกก่อน สุดท้ายไปรู้มาว่า อีบีสายเสี้ยมเนี่ยเป็นคนไปบอกพีว่า "ไอมันจะบอกเลิก" ไปพูดบอกพีเชิงที่ว่า ชิงบอกเลิกก่อนเลยยังไงไอมันก็จะบอกเลิกเเล้วจะได้ไม่เจ็บมาก ไรงี้ ตามที่ไอรู้มา สายกูเยอะ รู้ทีหลังโคตรโมโห ไอ่เราที่ยอมเลิกก็เพราะเคารพในการตัดสินใจของพีแหละ เเต่มารู้เรื่องนี้ทีหลังมันไม่โง่ไปหน่อยเหรอว่ะกู เเล้วความหวงก้างของไอก็ไม่มีขีดจำกัด เเฮกเข้าfacebookพี รู้ทุกอย่าง รู้ว่าพีกำลังจีบคนใหม่ ซึ่งก็อีวินนั่นแหละ แต่อีนี่ก็โรคจิต เล่นตัวรุนเเรงมาก ชอบคิดไปเองว่าผู้ชายรักหลงมัน (ด้วยความที่ทำกิจกรรมด้วยกันทำให้อยู่ด้วยกันนานจนค่อนข้างสนิท) โคตรโรคจิตอ่ะ จนพีไม่สู้เเล้ว555 แล้วก็ล่าสุดคนทีพีกำลังจีบอยู่ตอนนี้ ก็เพื่อนด้วยกันอีก เห้อ ชื่อมีน หลังๆมาไอก็ไม่เข้าไปแล้วเเหละ พยายามห่างเพื่อที่จะลืม แต่ก็เนาะ รักครั้งเเรกหัวใจก็เเตกสลาย เร็วเกินไปไหม กับความผิดหวัง ไอคิดว่าไอไม่สามารถขอกลับไปได้ เพราะยังไงก็คิดว่ามันคงจะจบเเบบเดิม และพีก็คงอยากเริ่มรักครั้งใหม่กับคนอื่นมากกว่า แต่ไอก็ขอถือโอกาสนี้ที่จะบอกว่ารักพีมากนะ ถึงพีจะไม่รู้ก็เถอะ 555 *ทุกคนที่อยู่ในเรื่องนี้เรียนที่เดียวกันห้องเดียวกันเพื่อนกันรวมถึงไอกับพีด้วย* {บางคนอาจคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไร้ซึ่งสาระแต่มันก็จริงค่ะ เราต่างยืนอยู่ในคนละจุด เรามีสิทธิ์ ที่จะมองอะไรยังไงก็ได้ และถ้าเราเดินไปจุดอื่น เราจะเห็นต่างจากจุดเดิม บางทีเราอาจมองเห็นภาพที่กว้างขึ้น หรือ แคบลง} ไออยากกลับไปมากแต่ทำไม่ได้ทั้งๆที่ใจปรารถนา แต่ถ้าพีทำอะไรแล้วมีความสุขไอก็มีความสุข รวมถึงถ้าชอบพอกับใคร555 ชอบนะเวลาที่พียิ้ม รักเลยแหละ อยากเก็บไว้ดูคนเดียวจริงๆ
2
ปัญหาความรัก
หรือผมคิดไปเอง.....
ผมรู้จักผญคนนึงจากมหาลัย เราอยู่คนละคณะ แต่เค้าดันมาเลือกเรียนวิชาเสรีที่คณะผม แต่เป็นวิชาบังคับของคณะผม ทำให้เจอกันและได้รู้จักกัน แล้วเราเป็นเพื่อนกันครับ เพราะเค้ามีแฟนอยู่แล้ว วันเวลาผ่านไป ก็ไม่ได้คุยกันเพราะว่าเมื่อเรียนจบคลาสเราก็แยกกัน ไม่ได้ติดต่อพูดคุยอะไรกัน ได้แต่ทักกันในเฟสบ้าง ไลท์รูปกัน ในเฟสในไอจี เป็นแบบนี้มา 2 ปี จนกระทั้ง.....เมื่อเดือนที่แล้ว อยู่ๆเค้าก็ทักผมมา แล้วมาคุยด้วยแบบที่ว่า เดี่ยวนะมันแปลกๆ สืบไปสืบมาก็ได้ความว่า เค้าเลิกกับแฟนแล้ว แล้วเค้าก็บอกเราว่า เพราะเลิกกับแฟนแล้วเค้าเลยอยากทักมา แล้วเราก็คุยกันแบบว่า เกือบจะตลอดเวลา เว้นเวลานอนกับเวลาที่มีชั่วโมงเรียน แบบแทบไม่ได้ว่างกันเลยครับ จนผมเริ่มหวั่นไหวและไม่ได้คิดแค่เพื่อนอีกต่อไปแล้ว แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า เค้าชอบพูดประมาณว่า เธอชอบเป็นห่วงกัน เธอบอกว่าไปไหนบอกด้วย กลับบ้านแล้วทักมาด้วย บอกคิดถึง แล้วก็ยังชอบพูดอีกว่า 'ก็เพื่อนกันอะ' 'ขอบคุณนะเพื่อน' 'ก็เพื่อนกันปะวะ' จนทำให้บางทีผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า นี่เราคุยกันมาขนาดนี้ คือเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆใช่ไหม อยากถามความคิดเห็นทุกคนที่มาอ่านว่า นี่ผมคิดไปเองคนเดียวจริงๆหรอ......?
2
ปัญหาความรัก
ไม่เป็นตัวเอง
เป็นตัวของตัวเอง ไม่ค่อยแคร์หรือตามสังคม ใช้ชีวิตปกติ พอวันนึงมีแฟน แรกๆก็ยังเป็นตัวเอง เวลาผ่านไปมารุ้ตัวว่า เรากำลังไม่เป็นตัวเอง ทำไมเราไม่เหมือนเดิม ไม่มีความสุข ไม่กล้าทำอะไรตามใจตัวเองเหมือนก่อน ไม่เข้าใจ ไม่โอเค ไม่แฮปปี้มากๆ ต้องทำยังไงดี?!
4
ปัญหาทั่วไป
เราขี้อิจฉาเพื่อน
จริงๆก็ไม่ควรไปอิจฉาค่ะ ตอนนี้ยังเรียนมหาลัย อยู่ในคณะที่ดี การงานมีโอกาสก้าวหน้าไปได้มากๆค่ะ เพื่อนคนนี้สมัยเรียนมัธยมก็ดูเป็นเด็กธรรมดาๆ เหมือนกันค่ะ แต่พอไปมหาลัย นางสวยขึ้น แต่งตัวมากขึ้น มีคนมาชอบมาสนใจเยอะมากขึ้นมากค่ะ แต่ถ้าเทียบนางอยู่คณะที่ไม่ได้ดีเท่ากับเราค่ะ (เปรียบเทียบกันได้จริงๆค่ะ เพราะเป็นคณะสายเดียวกัน) จริงๆมันก็เป็นแค่โลก social นี่แหละค่ะ คนติดตาม ตามไลค์นางเป็นพันเลยค่ะ เวลาไปรวมกลุ่มเพื่อนม.ปลาย ทุกคนก็จะให้ความสนใจนางมากๆค่ะ เพราะตอนนี้นางเหมือนเนตไอดอลนิดหน่อย เราควรทำยังไงให้เลิกอิจฉาดีคะ เพราะจริงๆสนิทมากที่สุดค่ะคนนี้ แต่พักหลังๆนางค่อนข้างเมินเราค่ะ ไลน์ไป คุยไปทางไหนก็ตอบช้าหมดค่ะ มีอีกประเด็นค่ะ คือเรามีเพื่อนในคณะเป็นผู้ชาย ทีแรกก็สนิทกันดีค่ะ มีกิจกรรมทำร่วมกัน พอเราลากเพื่อนสนิทหญิงของเราคนนี้มา เพื่อนชายของเราคนนี้ ก็มีท่าทีให้ความสนใจเพื่อนหญิงเรามากไปค่ะ เราก็เลยอิจฉาค่ะ ทั้งสองคนมีแอบไปคุยกันแค่สองคนบ่อยๆค่ะเราเลยอิจฉา ปนกับน้อยใจด้วยค่ะ (แต่เราสาบานได้ว่าไม่ได้ชอบเพื่อนชายคนนี้นะคะ) เป็นเรื่องไม่ดีมากๆเลยค่ะ แต่ไม่รู้จะจัดการความรู้สึกนี้ยังไงดีค่ะ
1
ปัญหาความรัก
คิดถึง อยากให้เขากลับมาเหมือนเดิม
เราคบกับแฟนเรามา สิ้นปีนี้จะครบ 8 ปี แต่เรามีเหตุให้อยากเลิกกับเขาเนื่องจากที่บ้านอยู่ๆก็เกิดหวงลูกชาย แล้วแฟนเราก็ไม่มีเวลาให้ เวลาของเขาคือให้ครอบครัว เวลาจะไปไหนกับเราต้องโกหกว่าไปกับเพื่อน เราเลยอึดอัดแล้วทะเลาะกันเรื่องเดิมๆบ่อย จนขอบอกเลิก แฟนทำเหมือนจะเข้าใจแล้วก็กลับมาไลน์หาเราเหมือนเดิม (แต่ละวันจะไลน์คุยกันประมาณ 3-4 ประโยค) มันวนลูปแบบนี้ จนเราลืมนับไปแล้วว่ากี่รอบ ณ ช่วงเวลาที่เราคบกับแฟนเมื่อประมาณกลางปีที่แล้วเราได้ไปเข้าร่วมโปรเจคออกกำลังกาย แล้วได้เจอกับพี่คนนึง ตอนช่วงที่ร่วมโปรเจคกันนั้นเราแทบไม่เคยคุยกันเลย จนใกล้จะจบเราก็ได้คุยกัน พี่เขาเคยไปส่งเราที่บ้าน 3 ครั้ง หลังจากจบโปรเจคก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกันอีก จนเราบังเอิญไปเจอเขาที่ผับชื่อดังแห่งหนึ่งย่านข้าวสารนั่นเป็นการบังเอิญเจอครั้งแรก และเราก็เจอเขาอีกที่ตลาดเป็นครั้งที่ 2 และเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาเราก็มีเหตุได้เจอเขาอีกเป็นครั้งที่ 3 ที่ร้านเหล้าที่เราเองก็เพิ่งเคยไปครั้งแรก จุดนั้นเองที่เราได้มีการแลกเปลี่ยนไลน์กัน เราคุยกับเขาบ้าง แต่ไม่บ่อย เรารู้มาว่าเขาเป็นดีเจที่คลื่นเพลงลูกกรุง และเป็นนักร้องตามร้านต่างๆ แล้วจู่ๆวันนึงเราก็มีโอกาสได้คอลคุยกัน จำได้แม่นเลยว่าวันนั้นเราคอลคุยกัน 3 ชั่วโมงกว่า คุยกันเรื่องเพลงเรื่องหนัง เรารู้สึกเหมือนคนที่คอยรับฟังเราได้ทุกเรื่อง เราเปิดใจคุยกัน หลังจากนั้นเราก็คอลคุยกันบ้างแต่ไม่บ่อย จนถึงเดือน กรกฏาคม เราได้ไปวันเกิดเพื่อนที่ผับชื่อดังที่เดิม แล้วเราลองชวนพี่เขามา เพื่อจะเสพดนตรี เสพบรรยากาศ แล้วเขาก็มาจริงๆ เราทั้งดีใจ ทั้งประหลาดใจ ปะปนกันไปหมด เขาช่วยดูแลเพื่อนเราที่ไม่ได้สติ และไปส่งเราที่บ้าน แล้วจากนั้นเราก็มีคอลคุยกันบ้างแต่ไม่ทุกวัน จนล่วงเข้าเดือนสิงหาคม วันที่ 6 ก็เป็นวันเกิดของเพื่อนเราอีกคน ซึ่งรอบนี้มีเพื่อนไปด้วยเยอะมากๆ เราก็ชวนเขามาอีก แต่เขาบอกว่า "วันนี้พี่เลิกเล่นดนตรีช้านะคะ อาจจะไม่ได้ไป" เราก็บอก "ไม่เป็นไรค่ะไว้โอกาสหน้าก็ได้ แต่ก็อยากให้มานะ" สุดท้ายเขาก็มาตอนที่ผับปิดแล้ว แต่เขาก็มารับเรากลับบ้าน แล้วเหตุการณ์มันก็เลยเถิดเพราะฝนที่ตกลงมาแล้วเขาถามเราว่าจะกลับบ้านหรือไปที่ไหนดี ณ ตอนนั้นเราก็มีใจให้เขาแล้วเลยบอกว่าที่ไหนก็ได้ที่พี่สะดวก คืนนั้นเราก็มีอะไรกัน มันช่างอ่อนหวานและดีจนเราแทบจะลืมทุกอย่างไปเลย พออีกวันนึงเราก็คุยกันผ่านไลน์ คอลคุยกันทุกคืน เราจะรอคุยกับตลอดหลังเที่ยงคืน เพราะเขาจะว่างหลังจากร้องเพลงเวลานั้น จนบางครั้งเราก็เพลียมากนะ แต่ก็ยังอยากคุย ต้องรอคุย เราหาเรื่องมาคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง เราพยายามไม่ก้าวก่ายเรื่องของเขา ถ้าเขาไม่อยากจะเล่า เขาเป็นคนปิดตัวเองมากเลยนะ เราเป็นคนทักไปก่อนทุกครั้ง ทุกวัน เขาเคยบอกเราว่าให้เราทักมาเลยถ้าอยากคุย ความสัมพันธ์ของเรามันเป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ เวลาเจอกันก็เจอแค่หลังจากเขาร้องเพลงเสร็จแล้วไปจบที่โรงแรม ประมาณอาทิตย์ละครั้ง ตอนนั้นเราไม่คุยกับแฟนเลย เขาทักมาก็ตอบ ในใจเรารอแค่พี่คนนี้ตอบ รอแค่จะคุยกับเขา เราเริ่มเล่นเกมที่เราไม่คิดจะเล่น เพื่อจะมีเรื่องคุยกับเขา เพื่อจะได้มีกิจกรรมที่ทำร่วมกัน เราฟังเพลงที่เราไม่เคยฟัง เราเห็นคนที่มาชอบเขาเป็นคนน่ารักๆ หุ่นดีๆ เราก็หันกลับมาฟิตหุ่น ออกกำลังกาย อยากเป็นคนที่ดีพอ ที่เราอยากจะให้เขาจริงจังกับเราแต่มันก็มีเหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่เรารู้สึกแย่เหมือนกันนะ คือมันมีเหตุที่เขางอลเรา แล้วเขาไม่ตอบไลน์เราเลยหายไปครึ่งวัน แล้วมาตอบอีกที เราง้อทุกอย่าง ทำทุกทาง ทรมานใจมากที่เขาไม่เข้าใจ แล้วเขาก็บอกให้ลืมเรื่องนั้นแล้วก็กลับมาคุยเหมือนเดิมจนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเราต้องไปออกทริปกับแฟน โดยเราบอกพี่เขาไปว่าเราไปกับที่บ้าน จนแฟนเราแท็กรูปลงเฟส แล้วพี่เขาพิมพ์ไลน์มาหาเราบอกว่า "อยู่ไหนกันแน่ พี่ไม่ค่อยชอบคนโกหกเลยจริงๆ" แล้วก็ส่งรูปที่แฟนเราแท็กมา ตอนนั้นเราตกใจ เสียใจ ทำอะไรไม่ถูก เลยพิมพ์อธิบายบอกเขาไปว่ามันเป็นทริปสุดท้ายแล้ว เรานัดกันไว้นานแล้ว แต่เราไม่ได้คิดจะกลับไปคบกับแฟน เรารักเขานะ เพราะเรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เขาพิมพ์ตอบกลับมาสั้นว่า "พอ" จากนั้นเขาก็บล็อกทุกอย่างจากเรา ทั้งเฟสบุ๊ค ไอจี ทวิตเตอร์ รวมถึงเบอร์ เราเลยไลน์ไปถามเขาว่าบล็อกเราทุกอย่างเลยหรอ ไม่เห็นความพยายามของเราหรอ จากนั้นก็มีส่งเพลงไปขอโทษ ส่งรูปคู่ที่เราเคยถ่ายแล้วขอให้เขายกโทษให้ นี่ก็วันศุกร์แล้วที่เราทำแบบนี้ เราส่งวันละรูป คอลวันละสาย เขาอ่านนะแต่เขาไม่ตอบ เราเจ็บปวดมาก อึดอัดมากเลย เพราะเราแค่อยากรู้ว่า ถ้าไม่ยกโทษให้เราแล้ว ถ้าไม่กลับมาแล้วช่วยบอกเราได้มั้ย อยู่แบบนี้เราทรมาน ทำอะไรก็คิดถึงแต่เขา เราเองก็ไม่รู้ว่าปล่อยให้เขามามีอิทธิพลต่อใจขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เพื่อนสนิทก็บอกให้เราหยุดได้แล้วมีคุณค่าบ้าง ให้เรามีความสุขได้ด้วยตัวเอง เราก็เหมือนจะคิดได้นะแล้วสักพักก็กลับไปคิดแบบเดิมอีก คิดถึงเขาวนซ้ำไปซ้ำมา...เราเจ็บมากจริงๆกับครั้งนี้ ได้โปรดช่วยเราที
4
ปัญหาทั่วไป
ชอบคิดมาก ควรแก้ยังไงดี
ชอบคิดไปก่อนแล้วมันรู้สึกกังวลแบบมันหน่วงๆในใจ แบบบางทีมันไม่ใช่เรื่องของเราแต่เขามาปรึกษาเราแล้วเรากังวลแทนเขา เราไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้เลย
3
ปัญหาชีวิต
อารมณ์อ่อนไหวเกินไป
ฉันรู้สึกไม่มั่นคงทางอารมณ์ อารมณ์อ่อนไหวมากๆ ร้องไห้ง่าย โมโหง่าย วิตกกังวล เครียด หงุดหงิด สับสน อ่านข้อความอะไรเศร้าหรือฟังเพลงเศร้าก็เก็บมาเครียด ดราม่า กังวลไปหมด อารมณ์ทุกอย่างมันรุนแรงกว่าเดิม เป็นแบบนี้มาประมาณสองสัปดาห์แล้ว พาลทะเลาะกับแม่ กับแฟน กับเพื่อนร่วมงาน แฟนฉันเคยบอกว่า ที่อารมณ์ฉันอ่อนไหวแบบนี้ เป็นเพราะฉันกลับไปอ่านนิยายอีกรอบ ซึ่งฉันมองว่าเมื่อก่อนฉันก็อ่าน แต่ทำไมถึงไม่เป็นแบบนี้ ฉันลองศึกษาเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะฉันก็ไม่ได้เจ็บปวดเท่าคนที่เป็น แม้จะมีความคิดพิเรนประมาณว่า อยากลองโดนรถชนดูบ้างตอนกำลังข้ามถนน อยากให้รถเสียหลักกลิ้งหลายๆตลบขณะโดยสารรถตู้ เคยอยากหักพวงมาลัยรถเข้าข้างทางให้ชนที่กั้นถนนขณะนั่งอยู่ในรถที่แฟนกำลังขับ แต่ฉันไม่อยากให้ใครมาเจ็บหรือลำบากไปกับความคิดชั่วๆของฉัน ฉันอยากเจ็บแค่คนเดียว อยากให้เกิดอุบัติเหตุแบบที่ฉันเจ็บแค่คนเดียว ฉันอยากไปพบจิตแพทย์ แต่ฉันไม่มีเงิน ไม่มีเวลา ไม่รู้จะไปที่ไหน ฉันไม่อายหรอกนะกับการไปหาจิตแพทย์ แต่ฉันไม่รู้ว่าอาการอย่างฉันต้องถึงขนาดพบจิตแพทย์มั้ย มันจะดีขึ้นในเร็วๆนี้มั้ย ฉันกลัวว่าวันนึงฉันจะไม่เหลือใครในชีวิต
1
ปัญหาความรัก
กลับไม่ได้ ไปต่อไม่ถึง
เรามีแฟนแล้ว เขาก็มีคนของเขาแล้ว เรารู้ว่าทุกอย่างมันผิดและบิดเบี้ยวไปหมด แล้วเราทั้งคู่ก็ปล่อยให้ความผิดบาปมันแผดเผาให้เรามอดไหม้ด้วยราคะและตัณหาทางอารมณ์ เราทั้งคู่ต่างก็บอกตัวเองว่ามันคือความรักทั้งที่เราต่างก็ยังไม่เข้าใจความสัมพันธ์แบบนี้ แต่เราก็ยังเรียกมันว่าความรัก เราเจอกันตอนที่เราต่างพยายามหาที่ยึดเหนี่ยว เราทะเลาะกับคนของเรา และเราก็เล่าสู่กันฟังนั่นคือจุดเริ่มต้นจนกลายมาเป็นความสัมพันธ์อันร้างไร้ เรากอดกัน เราจูบกัน เรามีความสัมพันธ์ แต่เราไม่รู้ว่าวันต่อ ๆ ไปเราจะยังมีกันหรือไม่ เราอยากหยุดแล้ว เขาเองก็คงไม่ต่าง เพราะในเวลาที่เราต้องกลับไปยังที่ของเรา ความทุกข์ก็รายล้อมความรู้สึกเราจนเกินจะรับไหว แต่ปัญหาคือเมื่อเราบอกกันว่าเราจะไป เรากลับจับมือกันแน่นกว่าเดิม...
2
ปัญหาด้านการเรียน
เรียนในสิ่งที่รัก หรือ เรียนในสิ่งที่ทางบ้านอยากให้เรียนดี
เรียนในสิ่งที่รัก หรือ เรียนในสิ่งที่ทางบ้านอยากให้เรียนดี ถ้าเรียนในสิ่งที่รัก ทางบ้านเห็นว่ามันมีโอกาสตกงานเยอะ งานไม่มั่นคง แต่ก็รัก อยากจะเรียนมันมากๆ กับไปเรียนในสิ่งที่ทางบ้านอยากให้เรียน เป็นการเรียนสายที่มั่นคง จบมาแล้วมีงานทำอย่างแน่นอน แต่ไม่ค่อยชอบมันเท่าไร จะทำยังไงดี ???
1
ปัญหาทั่วไป
สาวๆเป็นกันไหมคะ ?
สาวๆที่รักสาวรักงามเป็นมั้ยคะ เราหวงของมากกกกกกกกกกกก โดยเฉพาะของที่ส่วนตัว(ในความคิดของเรา) เช่น เครื่องสำอาง เราหวงมาก ชนิดที่ว่าถ้าเพื่อนใช้ลิปของเราแล้ว เราไม่ใช่ต่อ เราให้ไปเลย เรานิสัยเสียใช่มั้ยคะ จะแก้ยังไงดี
4
ปัญหาด้านการเรียน
รอผลฝึกงาน
เป็นนักศึกษา ฝึกงานอยู่ครับ ฝึกงานทั้งหมด 6 ผลัดครับ ผลัดละ 6 สัปดาห์ ตอนนี้ฝึกงานผลัดที่ 4 อยู่ครับ ขอกำลังใจหน่อยครับ โค้งสุดท้ายก่อนจะจบเหนื่อยๆจริงๆครับ ฝึกงานรอผลด้วยครับ ไม่แน่ผลัดที่สามอาจไม่ผ่าน อาจารย์บอกให้รอผลประเมินอีกที ติดที่ตรงพอฝึกงานผลัดที่ 6 เสร็จ จะมีเวลาอ่านหนังสือสอบใบประกอบโรคศิลป์ 3 เดือน แต่ถ้าผลฝึกงานไม่ผ่าน ต้องฝึกใหม่เป็น 7 ผลัด จะมีเวลาอ่านหนังสือลดลงเหลือเดือนครึ่ง มานท้อมากๆเลยครับ กังวลการสอบใบประกอบด้วยครับมีเวลาอ่านน้อย ไม่ใช่คนเก่งอะไรเลยครับ ฝึกงาน 9 เดือนเต็ม ทุกที่กดดันหมดเลยครับ งานเยอะด้วย แต่ทุกวันนี้ก็พยายามอดทน บอกตัวเองเสมอเลยครับ ทนมาได้ตั้งหลายปี อีกนิดเดียวก็จะจบแล้ว อดทนไว้อีกนิดเดียวแล้วครับ ขอกำลังใจหน่อยครับ รอผลฝึกงานผลัดสามอยู่ด้วยครับตอนนี้ มีพรีเซ้น แก้งานใหม่ทั้งหมดสี่รอบเลยครับตอนฝึกผลัดสาม โหดจริงจริง ใครมาฝึกที่นี่ทุกคนก็บอกว่าโหด ท้อใจจริงจริงครับ ขอขอบคุณพื้นที่เว็บไซด์นี้ที่ให้ระบายปัญหาและความทุกข์ที่อยู่ในใจนะครับ
3
ปัญหาครอบครัว
ผมโตแล้ว แต่พ่อแม่ยังวุ่นวายกับชีวิตผมอยู่เลย
ผมอายุ 24 แล้วครับ คือผมชอบทำงานดึกนอนดึก บางทีก็ตื่นบ่ายหรือเที่ยง แต่พ่อแม่ผมเค้ายังมาด่าว่าเรื่องตื่นสายเรื่องอื่นๆ เหมือนผมยังไเป็นเด็กอยู่เลย บางทีผมจะออกไปเที่ยวหรือกินเหล้าก็ยังต้องขอ เค้าไม่ให้ก็ไปไม่ได้ คือเหมือนผมยังไม่มีอิสระในตัวเอง การที่เป็นแบบนี้มันถูกหรือผิดครับ ผมควรทำยังไง ควรปลงหรือแก้ไขยังไงดีครับ
4
ปัญหาทั่วไป
ไม่รู้ว่า ควรให้เพื่อนแค่ไหน ควรให้ตัวเองแค่ไหน
บางครั้งสิ่งที่ตัวเองต้องการไม่ตรงกับเพื่อน จะทำตามที่ตัวเองต้องการก็กลัวว่าเพื่อนจะคิดว่าเราเห็นแก่ตัว แต่จะทำตามที่เพื่อนต้องการก็ไม่สบายใจเรา
2
ปัญหาทั่วไป
มีใครเป็น people-pleaser (คนขี้เอาใจคนอื่น) บ้างไหมคะ?
ตอนนี้รู้สึกว่านิสัยขี้เอาใจคนอื่นกำลังทำร้ายชีวิต ไม่รู้จะแก้อย่างไรดี - การปฏิเสธคนอื่นว่า "ไม่" เป็นเรื่องที่ยากและลำบากใจมาก - หลายครั้งไม่แน่ใจว่า ขณะที่กำลังหัวเราะ รู้สึกขำ/ตลกจริงหรือเปล่า - ยืนยันอะไรอย่างมั่นใจไม่ได้ เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องการทำสิ่งนั้นหรือไม่ - มีความกลัวในใจตลอดว่า คนอื่นจะรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่เราทำหรือพูด คนอื่นจะนินทาจะแบน - ไม่ยอมรับว่าตัวเองเจ็บปวด แสดงออกปกติ ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ภายในร้องไห้อยู่ - หลายครั้งตอบไม่ได้ว่า ตอนนี้ตัวเองรู้สึกอย่างไรหรือต้องการอะไร เพราะที่ผ่านมา ด้วยนิสัยนี้ทำให้ไม่ใส่ใจความรู้สึกและความต้องการของตัวเอง - แคร์ความคิดความรู้สึกคนอื่น หากคิดว่าเพิ่งพูดหรือทำอะไรไม่ดีกับใครจะตามไปขอโทษทีหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ ผลคือ คนๆนั้นไม่ได้คิดอะไรหรือลืมไปแล้ว จากเหตุการณ์ในอดีตทำให้ฝังใจ เช่น - เพื่อนตีตัวออกห่างโดยไม่รู้สาเหตุ ถามไปได้รับคำตอบว่า "ไม่ได้เป็นอะไร" ยืนยันว่าไม่มีเรื่องผิดใจและไม่มีเรื่องทะเลาะใดๆ - อยู่ในสังคมที่ต่อหน้าดีลับหลังร้าย ไม่มีทางรู้ได้ว่า สิ่งที่ทำหรือพูดไปจะทำให้คนรอบข้างไม่พอใจหรือไม่ จะโดนด่าโดนนินทาตอนไหน (ต่อหน้าแสดงท่าทีปกติ ลับหลังนินทาและด่ากระจุยกระจาย) ปรึกษานักจิตวิทยา จึงได้รู้สาเหตุว่ามาจาก 1. "ความกลัวในจิตใจ" กลัวว่าสังคมจะนินทาจะเกลียด กลัวว่าจะถูกทอดทิ้งจะไร้เพื่อน และกลัวว่าเหตุการณ์เดิมจะเกิดซ้ำรอย คือ ถูกทอดทิ้งโดยไม่รู้สาเหตุ 2. "การที่ไม่เคารพและไม่ชอบตัวเอง" จะแสดงตัวตนและความต้องการของตัวเองออกมาไม่ได้ เดี๋ยวจะถูกเพื่อนเกลียดหรือสังคมทอดทิ้ง รู้สึกว่าไม่มีความสุขในชีวิต คิดถึงตัวเองคนเก่า... คนที่ไม่ว่าจะเจอปัญหาเจออุปสรรคอะไร ก็ไม่เคยเก็บมาคิดเก็บมาเครียด คนที่ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ทั้งที่ชีวิตก็ไม่ได้เพอร์เฟค มีทั้งเรื่องที่ดีเรื่องที่แย่ปะปนกันไป คนที่เป็นตัวของตัวเอง แสดงความรู้สึกและความต้องการของตัวเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยนิสัยของตัวเองคนเก่า ทำให้มีเพื่อนมีสังคม แต่หลังจากที่นิสัยพลิกกลับเป็นตรงกันข้าม ทำให้มีเพื่อนน้อยมีสังคมแคบ ทุกวันนี้รู้สึกว่าไม่มีความสุขในชีวิต... ไม่รู้จะแก้อย่างไร...
2
ปัญหาชีวิต
ทำไมรู้สึกว่าตอนนี้เพื่อนในกลุ่มดูน่ารำคาญไปหมด
เพื่อนที่อยู่ในกลุ่มตอนนี้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูน่ารำคาญไปหมด พาลให้อารมณ์เสีย แล้วก็หงุดหงิดอยู่ในใจ ความน่ารำคาญคือเพื่อนมักชอบทำตัวร่าเริงเกินเหตุ เรียกร้องความสนใจ เสียงดัง มันน่ารำคาญ เราไม่อินไปเขาเลย ยิ่งเห็นเพื่อนร่าเริงเกินเบอร์แล้วเรายิ่งหงุดหงิด ทั้งๆที่แต่ก่อนก็เล่นแบบนี้ด้วยกัน แต่ตอนนี้มันดูเยอะไปหมด ทำให้เราอารมณ์เสียซึ่งมันแสดงออกทางสีหน้าแล้วเราก็จะทำหน้านิ่งๆ เล่นโทรศัพท์ เพื่อนก็ถามแหละว่าเป็นอะไรป่าว? (ก็แกนั้นแหละ) ก็ได้แต่ตอบไปว่าป่าว ไม่รู้ว่าเกิดจากที่เราอกหักมาหรือป่าว หรือมาจากการกระทำของเพื่อนจริงๆ ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ไม่อยากคิดติดลบกับเพื่อน พยายามมีความสุขแต่ไม่เลย กลายเป็นว่าเราหนีไปอยู่ห้องสมุดคนเดียวแล้วมีความสุขกว่า
2
ปัญหาครอบครัว
ฉันเห็นแม่เป็นการคุกคาม...
แม่เราไม่ได้เป็นแม่ที่ไม่ดีค่ะ กลับกัน เขาพยายามเข้าใจใส่ใจเราเท่าที่เขาทำได้ แต่เราไม่สามารถไว้ใจเขาได้... ทุกๆครั้งที่ตัดสินใจอะไร แม่จะคอยเตือนเสมอและคอยบอกข้อดีข้อเสียของทางเลือกของเรา เหมือนดีใช่ไหม? แต่มันกลายเป็นทำให้เราไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้เลยถ้าแม่ไม่บอกว่ามันดีที่สุด แม่ตะล่อมบอกทางที่แม่คิดว่าดี จนเราไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เราเลือก มันคือการเลือกของเราหรือของแม่? จนกระทั่งทุกครั้งที่ต้องตัดสินใจทำอะไร ไม่ว่าจะเรียนต่อสายไหน กินอะไร ออกไปข้างนอกไหม เราไม่เคยบอกแม่เพราะกลัวแม่จะบอกว่า อย่างนั้นดีกว่านะ อย่างนี้ดีกว่านะ แต่หนูชอบอันนั้นไม่ใช่เหรอ หนูชอบอันนี้ไม่ใช่เหรอ แล้วเราจะเปลี่ยนใจทำตามแม่บอก เราเคยเห็นแม่ร้องไห้หนหนึ่งและนั่นทำให้เราไม่สามารถขัดใจแม่ แม้ว่ามันจะทำให้เราเครียดแค่ไหนก็ตาม จนล่าสุดเราถึงสังเกตตัวเอง เรานอนไม่หลับในตอนกลางคืน และทุกครั้งที่แม่เข้ามาพูดว่า ทำงั้นนะลูก ทำงี้นะลูก เราเถียงในใจจนคิดว่าถ้าพูดออกมา บ้านแตกแน่ๆ และเราล็อคประตูห้องจนแทบจะกลายเป็นคนแปลกหน้าในครอบครัว เราไม่สนิทใจกับใครเลย และเมื่อไหร่ที่แม่เคาะประตู เราจะอึดอัด หายใจไม่ออก จนถึงขั้นกลัว เราเกือบจะไปซ่อนในตู้ เราเอาหูฟังอุดหูเพื่อจะได้ไม่ยินเสียงเรียกของแม่ ทั้งที่บางทีไม่มีอะไร กลายเป็นเรามองว่าที่แม่มาเคาะประตูเป็นการคุกคามชีวิตเรา คุกคามการตัดสินใจของเรา ถามว่าเกลียดแม่ไหมก็ไม่ แต่เชื่อใจแม่ไหม...ก็ไม่เช่นกัน เรารู้สึกผิดที่เหมือนรักแม่ก็รักไม่เต็มร้อย เกลียดก็เกลียดไม่ลง แต่การกระทำเหมือนอกตัญญู เราทนไม่ไหว ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงแม่เดินเข้ามาใกล้ประตูห้องเรา เราจะเริ่มอึดอัดทันที เราทนไม่ไหวจนเราอยากจะตายไปให้พ้นสภาพกึ่งๆนี่ จะพูดให้เพื่อนฟังเราก็เข้าใจมันว่ามันไม่มีเวลาฟังตลอด มีชีวิตหน้าที่ต้องทำ กลายเป็นเราเก็บไว้คนเดียว เพราะเราก็ไม่เชื่อใจคนในครอบครัวแม้แต่คนเดียว (ปมจากเรื่องบอกพ่อว่ามีแฟน บอกว่า อย่าบอกแม่นะ เดี๋ยวจะเรียนเกรดดีๆแล้วค่อยบอกแม่ อยากพิสูจน์ว่าทำได้ และเราจะไม่เสียสมาธิกับอีแค่มีแฟน แต่วันต่อมาแม่เคาะประตูห้องมาถามว่ามีแฟนแล้วเหรอ ความเชื่อใจพังไม่เหลือชิ้นดีเลย)
0
ปัญหาชีวิต
"อึดอัดทุกครั้งที่ต้องเจอหรือพูดคุยกับคนอื่น"
คือเริ่มแรก เราจะไปดรอปเรียน แต่ตอนนั้นนี่แหละที่เรารู้สึกกดดันมากๆ\n\nไม่ใช่ครั้งแรกนะ เราต้องเดินผ่านผู้คนที่ไม่รู้จัก เข้าไปติดต่อสอบถามผู้ใหญ่ในแผนกทะเบียน และอาจารย์ประจำคณะด้วย ตอนที่เรามาทำเรื่องขอย้ายคณะเราก็กดดันพอกัน\n\nมันเป็นความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนรอหัวเราะ เหมือนคนที่ได้ยินจะเอาเรื่องของเราไปเล่าต่อแล้วหัวเราะเยาะ ทั้งๆที่มันไม่มีหรอก คนไม่รู้จักกันจะทำแบบนั้นทำไม และเราก็ไม่ใช่คนเดียวที่ดรอปหรือย้าย แต่ถึงอย่างนั้นเรารู้สึกเหมือนว่าเราทำบางอย่างผิดพลาด และก็มีคนรอจะมองดูอยู่ห่างๆ\n\nมีหนหนึ่งที่เราเดินไปหาเพื่อน แล้วเพื่อนบอกให้ฟังว่ากลุ่มคนที่นั่งเยื้องไปไม่ห่างมากหัวเราะเราทั้งๆที่เราไม่รู้จักเขา เราก็ไม่ได้คิดมาก แต่ว่าพอเราคิดว่าเราต้องเดินไปบอกขอดรอป เรื่องนี้ผุดขึ้นมาทันที ไม่ใช่แค่เรื่องนี้แต่ยังมีอีกหลายเรื่อง\n\nวันนั้นเราขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำมหาลัยอยู่สองชม. รู้สึกโหวงเหวงหายใจไม่ออก จับกลอนห้องน้ำจะปลดหลายครั้งซ้ำๆก็ทำไม่ได้ เราปลดแล้วล็อกเหมือนเดิมอยู่เกือบชั่วโมง ทั้งๆที่เราก็รู้ว่าพอได้คุยจริงๆความกดดันพวกนี้จะหายไปเองแต่ก่อนจะได้เข้าไปคุยทำไมมันยากเหลือหลายขนาดนี้ และจะกลับมาอีกครั้งหลังพูดและทำธุระจบ เรากลัวการผิดพลาด แต่การตัดสินใจจะดรอป เราก็วางแผนไว้แล้วว่าจะไปหางานเก็บเงินสักส่วนหนึ่งเพื่อให้พร้อมด้วย และก็รู้ว่าไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่มันไม่เคยรู้สึกดีเวลาที่ต้องเจอคนมากหน้าหลายตา\n\nมันไม่เป็นปัญหาจนกระทั่งเราไปนั่งมองรถแล้วคิดว่าถ้าโดดให้รถชนตายไปซะก็ไม่ต้องเจออะไรแบบนี้อีก หลายครั้งทีเดียวเวลาออกนอกบ้าน เราก็เคยไปหาจิตแพทย์นะ ก็ไม่แน่ใจว่าที่เป็นคือโรคซึมเศร้าหรือแค่ภาวะซึมเศร้า ช่วงนี้เรายังไม่มีเงินพอจะเดินทางหรือไปหาหมอ เราควรทำอะไรเพื่อลดอาการพวกนี้ระหว่างที่เก็บเงินหาหมอ การจะไปหาหมอเราก็กดดันเหมือนกันค่ะ :'(