หน้าหลัก
มุมมอง
ปัญหา

เปลี่ยนรหัสผ่าน



เราดีใจ! ที่แมวของคุณได้บ้านใหม่

บอกบางอย่างกับเพื่อนๆที่ติดตามโพสประกาศของคุณ (สามารถเว้นว่างได้)


ปัญหาทั้งหมด

2
ปัญหาชีวิต
นอนยาก
เป็นคนติดเกมส์ครับ คือเอาเวลานอสเป็นตอนเช้าสะมากกว่าเช่น มานอนตี5ตื่นบ่ายสอง บ่ายสาม ทำมาหลายวันแล้ว ครับจนมีอาการคือทรมานเวลานอน คือมันเหมือนนอนๆแล้วสมองมันวูบๆ ครับ คือนอนได้แปปเดียวหรือเวลาหลับตาสักพักต้องส่ายหัวกระตุ้นสมองหรือต้องเดินไปเดินมา กลัวสมองจะเสื่อมจังเลยครับ อยากทราบว่าตัวเองเป็นโรคอะไรหรือมีใครเคยเป็นไหม แปป หายใจไว สมองเบลอ นอนๆแล้วเหมือนสมองไหล เหมือนจะหยุดหายใจไรงี้อะครับ
1
ปัญหาทั่วไป
อยู่ๆก็เครียดแบบไม่มีเหตุผล
คือแบบอยู่ๆมันก็เครียดเอง กังวลเอง แต่เราไม่รู้ว่าเราเครียดหรือกังวลเรื่องอะไร อยู่ๆมันก็แว้ปมา สักพักมันก็จะหายไป มันก็วนลูปมาเรื่อยๆ
2
ปัญหาทั่วไป
ต้องมั้่นใจในทางเดินของเรา
ผมตกงานมา 3 ปีแล้วครับ มาออกจากงานบริษัทเอกชนเงินเดือนดีครับ แต่ติดปัญหาเรื่องคน มันอึดอัดใจผมระบบงานดีแต่ระบบในตัวคนนี้ ผมไม่เข้าใจจริง การศึกษามันไม่ช่วยยกระดับจิตใจคนบ้างเลยหรือนี้ ผมเลยลาออกมาทำธุระกิจส่วนสัวหลายอย่างครับแต่ไปไม่รอด 3 ปีมานี้ผมไม่ได้ให้เงินกับภรรยาผมเหมือนเมื่อก่อนตอนที่ยังทำงานอยู่ มันรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลยสำหรับลูกผู้ชายอย่างเราๆ ดีอย่างที่เรายังไม่มีลูก แต่ผมก็ยังมีความเชื่อความศรัทธาในแนวทางความคิดการประกอบธุรกิจของผมอยู่ แม้บางครั้งรู้สึกท้อมากๆ จะไห้ไปสอบแข็งขันงานราชการอายุก็มากแล้ว ทำธุรกิจแบบใหญ่โตก็ไม่มีทุน ก็ต้องเริ่มจากต้นทุนที่เรามีอยู่นี้ละครับ อย่างน้อยฟ้าคงรู้ว่าเราทำอะไรอยู่ พยายามมากแค่ไหนแล้ว ผมจะรอ ผมจะรอ วันที่ผมประสบผลสำเร็จชีวิตของผมตามที่ผมวาดฝันใว้ แล้วผมจะนั่งจิบชาร้อนๆ ชมธรรมชาติ ได้อย่างไม่ต้องกังวลต่อสิ่งใดเสียที
1
ปัญหาชีวิต
ผ่านไปแค่ไหนก็ไม่ดีขึ้น
สวัสดีครับ ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.6 กำลังจะสอบเข้า คือเอาจริง ๆ ผมเองก็คิดว่า ปัญหามันก็แค่ปัญหาทั่ว ๆ ไปล่ะ เมื่อเทัยบกับคนอื่น ผม ในช่วงตอนประถม เคยโดนกลั่นแกล้งรังแกมา จนผมต้องย้ายโรงเรียนมาตอน ม.ต้น (ส่วนหนึ่งมันก็ใกล้บ้าน) ตอนนั้นที่ย้ายมา อะไร ๆ ก็ดีขึ้นนะ แต่ตัวเองก็ติดนิสัยใช้ความรุนแรงไปบ้าง ช่วยเหลืองานกลุ่มไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็พยายามจนคนเห็นข้อดีนั่น และมองข้ามข้อเสียผมไป คือผมก็พยายามปรับตัวพยายามแก้นิสัย เพราะตอนนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่ดี ถึงแม้ว่าจะมีผิดพลาดไปบ้างก็ผ่านไปได้ แต่พอขึ้น ม.ปลาย บางอย่างก็เปลี่ยนไป ตอนนั้นผมก็คิดว่า มันก็จะต้องเป็นอะไรที่ดีเหมือน ม.ต้น การได้รู้จักเพื่อนใหม่ การได้เรียนระดับสูงขึ้น การทำงานที่ยากขึ้น รู้สึกมันจะต้องดีขึ้น แต่ก็มีวันหนึ่ง ที่ผมได้ทำผิดพลาด ซึ่งผมคิด ๆ มาต้นเหตุ น่าจะมาจากสาเหตุนั้น คือ มันเป็นงานที่ต้องทำร่วมกับคนอื่น เรียกว่างานห้องก็ได้ แต่ผมดันคิดว่าผมจะนำงานได้ ผมเลยพูดสั่งนู้น สั่งนี่ แต่ตัวเองทำงานออกมาไม่ดี เลยโดนเพื่อนต่อว่า และกับเพื่อนบางคน ก็ไม่ได้คุยกันอีกเลยจนถึงตอนนี้ ผมเองก็ขอโทษไปแล้ว ปากบอกว่าให้อภัย แต่รู้สึกว่าทางฝ่ายนั้น ไม่ได้อยากจะคุยกับผมอีก แล้วคราวนี้เพื่อนเก่าตอน ม.ต้น ของผมในช่วงแรก ๆ มันก็คุยอย่างสนิทสนมแหละ แต่พอผ่านไปสักพัก ผมรู้สึกว่าเขามองผมแปลก ๆ และก็ไม่ได้คุยด้วย และจากนั้น เราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย พูดตรง ๆ นะครับ ผมมีเพื่อนคนนึง ที่ผมเกลียดนิสัยมันมากเลย และเป็นคนไม่ค่อยเอาการเอางาน แต่เพื่อนดันคุยกับมัน และมีคนสนิทเยอะกว่าผมในตอนนี้อีก ผมเองก็รู้ว่าผมผิดพลาดในจุดไหนนะเว่ย แล้วก็รู้ว่าตัวเองอาจจะสะเพร่าไปจริง ๆ คือ มันก็พยายามแล้ว แต่คนมันก็คงมองข้อเสียของเราเป็นหลัก เทื่อเราทำพลาด คือบางทีมันพยายามแต่มันก็ไม่ได้ในสิ่งที่หวังอะ แต่ในขณะที่บางคนไม่ต้องพยายามก็ได้มา ตอนนี้ก็เหลือคนสนิทแค่ 2-3 คน เวลามองคนอื่นที่แบบ มีโมเมนต์กับเพื่อน ๆ ไปกินอะไรด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน เล่นวงดนตรี และไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ผมเองก็รู้สึกอิจฉาพวกเขาลึก ๆ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันไม่ดี ผมไม่ค่อยมีโมเมนต์ดี ๆ ในช่วง ม.ปลายเท่าไรกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน หรืออาจจะมีน้อยมาก ๆ ถึงจะมีช่วงเวลาที่ดีอยู่ในวงประสานเสียงแต่มันก็อดไม่ได้ที่จะต้องเปรียบเทียบกับคนอื่น เพราะเรามักจะเห็นอยู่เสมอ ตอนนี้รู้สึก ได้วนกลับมาจุดเดิม เหมือนตอนอยู่ประถม ว่ามันไม่ได้รู้สึกดีขึ้นจากเมื่อก่อน หรือคนเรามันจะเปลี่ยนกันไม่ได้จริง ๆ
5
ปัญหาทั่วไป
ที่เคยมี กลับไม่เหลืออะไร
"เรื่องจริงยิ่งกว่าละคร" ไม่น่าเชื่อว่าเราจะเข้าใจประโยคนี้ก็ในวันนี้ เคยมั้ยที่ทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี แต่อยู่ๆก็แทบไม่เหลือแรงให้เดินต่อ... เหมือนทุกอย่างมืดบอดจนไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน เราเคยเป็นคนนึงที่มีทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ได้ ไม่ต้องทำอะไร มีหน้าที่เรียนอย่างเดียว แต่แล้ววันนึงจากที่เป็นเด็กนอกเรียนมหาลัยอันดับต้นๆของอเมริกา ก็ต้องพักการเรียนเพราะปัญหาทางการเงินและปัญหาครอบครัวของที่บ้าน พ่อแม่แยกทางกันโดยที่ฝ่ายพ่อไปมีคนใหม่แต่ไม่ยอมอย่าจนต้องมีการฟ้องร้อง แม่ก็ไปมีคนใหม่ทั้งๆที่ยังจดทะเบียน ส่วนเราก็ต้องหยุดเรียนเพราะไม่สามารถจ่ายค่าเทอมได้อีกต่อไป เราพยายามมากที่จะมองโลกในแง่ดี พยายามปลอบใจตัวเอง แต่บางทีมันก็ยาก จนเราป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ต้องกินยารักษาวันละเม็ด ต้องไปหาหมอทุกเดือนจนกระทั่งเดือนมิถุนาที่ผ่านมา เราทนไม่ไหวกับปัญหาที่รุมเร้า เราไม่อยากมีชีวิตที่ต้องทนทุกข์กับปัญหาต่างๆที่ดูเหมือนไม่มีทางออก เราตัดสินใจเลือกที่จะจบชีวิตโดยกินยารักษาอาการซึมเศร้าไป 20 กว่าเม็ด (ปริมาณยา 20 วัน) ทั้งๆที่ควรจะหายไปจากโลกนี้แล้ว แต่นรกหรือสวรรค์ก็ไม่ได้เข้าข้างเรา แม้หมอทุกคนบอกให้ครอบครัวเราทำใจ แต่เรารอด ตื่นมาจากอาการโคม่าได้อย่างปาฏหาริย์ เราใช้เวลาทั้งอาทิตย์หลังจากนั้นเพื่อจะพยายามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนสำเร็จ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นดี? เราควรดีใจที่ตื่นมาเจอกับทุกคนพร้อมกับปัญหาเหล่านั้นด้วยมั้ย ?​ หรือเราควรเสียใจที่ไม่เป็นคนที่เข้มแข็งมากพอที่จะยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นและพยายามหาออก? เราไม่เหลือความหวังที่จะก้าวต่อไปในโลก ไม่เหลือกำลังใจที่จะเผชิญกับความเจ็บปวดแล้ว ภายนอกอาจจะดูร่าเริง ยิ้มง่าย หัวเราะเก่ง แต่ข้างในใครจะรู้ว่าเราต้องนั่งร้องไห้เสียใจคนเดียวครั้งแล้วครั้งเล่า เราร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหลอีกแล้ว จนมันมีแต่ความชินชา ความว่างเปล่า บางทีเราก็ไม่เข้าใจว่าเราตื่นมาอีกทำไม? ให้เรามาเจอกับเรื่องเจ็บปวดต่างๆซ้ำๆอีกทำไม? เราไม่รู้จริงๆว่าเราจะต้องทำยังไงต่อไป มันเหมือนกับว่าเราจะถอยก็ไม่ได้ จะก้าวต่อก็ไม่ไหว หยุดอยู่ที่เดิมแบบนี้ไม่ได้ขยับไปไหน ยิ่งเราเห็นโลกภายนอกที่กำลังหมุนไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่สามารถไปไหนได้เลย เพื่อนๆไปถึงไหนต่อไหน จบรับปริญญา กำลังจะมีงานดีๆทำ หรือไม่ก็ศึกษาต่อระดับ ป.โท แล้วเราล่ะ? ปริญญาก็ไม่มี งานก็ไม่มี ยิ่งคิดเราก็ยิ่งหดหู่ เรากลายจากคนที่เพื่อนๆชื่นชม คนที่ถูกเพื่อนๆอิจฉาที่มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี เป็นคนอิจฉาเพื่อนๆซะเองที่อย่างน้อยพวกเค้าก็ยังได้เรียนในสิ่งที่ชอบ ได้ทำตามสิ่งที่ตัวเองรัก เงินอย่างไม่เคยคิด อยากกินอะไรก็กิน อยากได้อะไรก็ซื้อ ซึ่งต่างจากตัวเราโดยสิ้นเชิง... แม้แต่จะเปิดแอร์ซักครั้งยังต้องคิดแล้วคิดอีก ร้อนก็ต้องทน เพราะมันเปลืองค่าไฟ จะกินอะไรก็ต้องมองราคา สิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้เรารู้สึกท้อแท้ เรารู้สึกเหมือนโลกที่เคยมีแต่สิ่งดีๆได้พังทลายลงในพริบตา ครอบครัวที่อบอุ่นสลายกลายเป็นแค่ความทรงจำ มหาลัยที่ดีๆกลายเป็นแค่ความฝันที่ไม่อาจทำให้เป็นจริงได้ ทุกอย่างที่เคยมีก็กลายเป็นแค่ไอ ทิ้งไว้แค่ความรู้สึกเศร้าอาลัยอาวรณ์เพียงเท่านั้น ตอนนี้เรามีชีวิตอยู่ไปวันๆโดยไม่มีความหวังอะไร เราอยากออกไปจากโลกที่หม่นหมองใบนี้ แต่เราไม่รู้จะเริ่มยังไง จะกลับมาเรียนที่ไทยเราก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ เท่ากับว่าเราต้องเริ่มตั้งแต่ปีหนึ่ง แต่ที่ไทยจะเข้ามหาลัยรัฐ การแข่งขันก็สูงเด็กที่จบมัธยมมาใหม่ๆก็เยอะแยะ จะเข้าเอกชนค่าเทอมก็แพง ถึงเข้าได้โอนหน่วยกิตจากมหาลัยอเมริกาก็ได้ไม่เท่าไหร่ ... ถ้าจะไปทำงาน จะทำอะไรล่ะ? ปริญญาก็ไม่มี จะทำธุรกิจก็ต้องใช้เงิน จะกู้ก็ไม่มีหลักฐานทางการเงินที่แน่นอน คำถามคำตอบก็วนๆอยู่ที่เรื่องเงิน? เราอยากอยู่ให้ได้ อยากเดินต่อให้ได้... คำถามคือยังไงล่ะ ?​
2
ปัญหาทั่วไป
รู้สึกแย่
ขอแทนตัวเองว่าเคนะคะ คือตั้งแต่เล็กจนโตชีวิตมีแต่ความทุกข์ความเสียใจไม่เคยได้ยิ้มได้หัวเราะอย่างมีความสุขเหมือนเด็กคนอื่นเขาเวลาอยากปรึกษาเรื่องอนาคต เรื่องเรียนหรืออะไรก็แล้วแต่ กับพ่อก็ไม่เคยจะได้คำตอบหรือคำแนะนำ ได้แต่บอกปัดกลับมาว่า ไว้ถึงเวลาค่อยว่ากันอีกทีว่าจะเอายังไง ไม่ว่าจะถามอะไรก็จะได้คำตอบแบบนี้ จนมันทำให้เวลาเคมีอะไรก็ไม่ค่อยอยากปรึกษาพ่ออีกแล้ว เพราะถามไปก็ไม่ได้คำตอบ ทั้งชีวิตเคเหลือเเค่พ่อคนเดียว แม่เสียตั้งแต่ยังเด็ก พ่อคือคนที่เข้าใจเคมากที่สุดแต่เวลาเคมีปัญหาหรือไม่โอเคก็อยากจะคุยอยากจะปรึกษาพ่อแต่ก็ไม่เคยได้คำตอบอะไรกลับมา จนมันรู้สึกแย่มากๆ ไม่รู้จะคุยกับใครได้บ้าง ที่สามารถไว้ใจได้ บางทีมันก็อึดอัด แย่ จนแบบรู้สึกว่าไม่อยากมีชิวิตอยู่ต่อแล้ว และพอมีอะไรมากระทบใจนิดหน่อยก็จะดีพดาวมากๆ ควรทำยังไงต่อไปดีคะ
3
ปัญหาทั่วไป
ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้
รู้สึกว่าตัวเองชอบย้ำคิดย้ำทำ แล้วชอบกังวลประมาณว่าเราล็อคประตูแล้ว แต่สักพักก็ต้องกลับมาดูอีกว่าเราล็อคประตูรึยัง แล้วบางทีเวลาไปข้างนอกก็จะคิดว่าเราล็อคประตูรึยัง ในใจมันก็จะกังวลนิดหน่อย เราชอบกังวลแบบคิดจินตนาการไปก่อนถึงแม้บางทีจะพยายามไม่คิดแล้ว แต่บางทีมันก็แว้บเข้ามาในหัวเอง เราควรจะทำยังไงดี
2
ปัญหาด้านการเรียน
ชอบวิชาที่เรียนแต่ไม่ชอบอาชีพที่จะทำเกี่ยวกับวิชานั้น ๆ
คือ ผมเรียนภาษาญี่ปุ่นมา 2-3 ปี ได้แล้วครับ คือชอบวิชานี้ เพราะรู้สึกว่าตัวเองเข้าใจภาษาญี่ปุ่นได้ดี เวลาเรียนถึงจะยากแต่มันก็ ผ่านมาด้วยดี (ถึงจะเพราะดวงส่วนนึง) แต่ก็นั่นแหละ รู้สึกว่าถ้าตัวเองทิ้งสิ่งนี้อาจจะเสียใจทีหลังแน่นอน แต่ผมไม่รู้ว่า ผมจะทำอะไรดีกับงานข้างหน้าในอนาคต เขาสายงานนี้ จะเกี่ยวกับการเป็นล่าม นักแปล มัคคุเทศน์ เจ้าหน้าที่กระทรวงระหว่างประเทศ และอื่น ๆ คือผมแค่ฟังก็รู้สึกว่ามันน่าเบื่อ ไม่น่าทำ อาจจะเพราะเรายังไม่เคยทำงาน บวกกับผมพึ่งจะอายุ 18 ปี ยังอยู่ชั้นมัธยมอยู่ล่ะมั้ง ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี มันไม่มีแรงบันดาลใจอะไรเลยครับ เพราะตอนนี้ ถ้าเกิดยังไม่รู้อยู่อย่างนี้ ผมก็เป็นแค่คนที่เรียนดี แต่เอาตัวรอดไม่ได้น่ะ ผมไม่อยากเป็นอย่างนั้น
2
ปัญหาชีวิต
เราจะเชื่ออะไรได้อีกเหรอ
จะทำยังไงถ้าเกิดว่าความเชื่อของเรามันไร้ความหมายมาตั้งแต่แรก ผมมีความเชื่อที่จะทำให้โลกนี้นั้นน่าอยู่ขึ้น จะทำดี และจะช่วยเหลือคนอื่นตราบเท่าที่ช่วยได้ แต่ พอเวลาผ่านไป รู้จักโลกมากขึ้น มันช่างโหดร้ายและน่าเบื่อ เพราะโลกชอบเล่นตลกกับเราเสมอ มิตรภาพที่สร้างขึ้นมากลับแตกหักจนไม่อาจกู้คืนได้ หรือคนที่ตัวเองศรัทธามาตลอดว่าเขาเคยทำเรื่องที่เยี่ยมยอด ตอนนี้กลับตาลปัตร เป็นคนที่ผมเกลียด จะลงมือช่วยเหลืออะไรใคร พยายามจะเปลี่ยนให้เรื่องที่มันร้าย ๆ ให้มันดีขึ้น แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนเดิม มันจะต้องมีความทุกข์ในตอนจบ หรือก็คือจบไม่สวยตลอด คือไม่ใช่ว่าไม่ลงมือทำนะ ทำไปเท่าไรก็ไม่รู้ แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนเดิม หรืออาจจะเพราะเราเองก็โง่ ที่พอมาคิดทีหลังมันก็ ไอ้ที่ทำไปมันไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลยสักนิด ตอนนี้ผมว่างเปล่ามากภายในใจ ไม่ได้เชื่ออะไรเป็นพิเศษแล้ว รู้สึกว่าตัวเองแม่วแค่อยู่ไปวัน ๆ แบบเรื่อยเปื่อย อยู่กับเพื่อนก็เฮฮาปกติ แต่ระยะนี้ ชอบหลบตัวมาทำอะไรคนเดียว หรือกลับบ้านคนเดียวบ่อย ๆ มันสบายใจดีที่ได้ทำอย่างนั้น แต่ถึงอย่างนั้น พอนึกถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเรามันก็เจ็บปวดขึ้นมา เรากลัวว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่เราสร้างขึ้นมันจะพังทลายลงหรือเราเป็นทำมันพังเอง แล้วเราจะควรจะเชื่อจริง ๆ เหรอ ว่าเราจะควรเชื่อตัวเองได้อีกเหรอ
2
ปัญหาชีวิต
เปนไรกันแน่
อาการของผมคือเวลาอยู่คนเดียวจะรู้สึกเหงา หดหู่แล้วเวลาออกไปไหนเห็นคนมีคู่แล้วจะเจ็บปวดหรือบางทีเวลายุกะเพื่อนและคนเยอะ...จะรู้สึกตัวเองหดหู่เหมือนเดิมทั้งที่คนก็เยอะแทนที่จะหายหดหู่กลับกลายเป็นว่าไม่ต่างกะอะไรอยู่คนเดียวบางครั้งก็คิดว่าตัวเองไรค่าคิดว่าบนโลกนี้ไม่มีที่ยืนสำหรับเราเป็นแบบนี้มานานสิบกว่าปีละไม่กล้าระบายให้ใครฟังเลยมาเปิดใจตรงนี้อ่าคราฟรบกวนช่วยตอบหน่อยนะคราฟกระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของผมเอง #crหมอน้อย
2
ปัญหาทั่วไป
ชอบเพื่อนสนิท
ผมมีเพื่อนสนิทคนนึงเป็นผู้หญิง(มีแฟนแล้ว)รู้จักกันตั้งแต่ประถมครับ เราจะเป็นประเภทที่จะอยู่ด้วยกันเป็นรอบๆครับ 3 ปี ต่างคนต่างหายออกจากชีวิตของแต่ละคนไป แล้วจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้เราได้กลับมาเจอกันแล้วก็สนิทกันเหมือนเดิม ก่อนที่ต่างคนต่างหายออกจากชีวิตกันไปรอบนี้ผมสนิทกันมากคุยกันทุกเรื่องช่วยกันทุกอย่าง ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด แต่มีเรื่องที่ทำให้เราต้องแยกจากกันอีกครั้ง แต่แปลกตรงที่ว่าครั้งนี้ผมมีความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้นกับตัวเองตอนที่ยังอยู่ด้วยกันผมไม่ได้รู้สึกแบบนี้ พอต้องแยกกันผ่านไปสักระยะนึงผมรู้สึกว่าผมรักเค้ามาก มากจนถ้าผมคุยกับเค้าต่อผมต้องหลุดบอกออกไปแน่ๆผมเลยเฟสตัวออกมาเลย ไม่ติดต่อกับเขาอีกเลย เพราะผมกลัวว่าจะเสียเค้าไป(ผมเป็นคนมีเพื่อนน้อยครับ)คิดว่าสักวันคงจะลืมได้ แต่กลายเป็นว่าตอนนี้เหมือนผมก่อกำแพงให้กับตัวเองสูงมากขึ้น ทุกๆคนที่จะเข้ามาในชีวิตผมได้คือต้องดีก่วาเค้า เหมือนเค้าจะเป็นบรรทัดฐานในการเลือกคนที่จะเข้ามาในชีวิตผมไปแล้ว ตอนนี้โดดเดี่ยวมากครับ ไม่รู้จะแก้ปัญหาตัวเองยังไง ขอบคุณครับ
2
ปัญหาทั่วไป
เราโต้แย้งไม่ค่อยได้
คือ ต้องบอกก่อนว่าผมมีนิสัยที่เงียบ ๆ ค่อนข้างถ่อมตน ให้เกียรติคนอื่นและเป็นฝ่ายยอมเสมอ แต่ลึก ๆ แล้ว ผมเองก็ไม่ได้ชอบที่จะยอมหรอก เพราะผมก็รู้สึกอยู่ว่า ถ้าเกิดเป็นเรื่องที่ทำให้เดือดร้อนตัวเรา ผมก็จะป้องกันตัวในการดต้แย้งออกไป แต่ผมติดนิสัยเสียที่ไม่กล้าพูด และบางทีก็คิดเหตุผลในการโต้แย้งไม่ออก จนบางทีก็เคยคิดทำไมเราโง่อย่างนี้ ผมควรจะทำยังไงดีกับจุดนี้ครับ ถึงจะกล้าและฉลาดมากขึ้น
0
ปัญหาทั่วไป
รู้สึกไม่พอใจคน ๆ หนึ่งมากครับ
ผมมีเพื่อนอยู่คนนีง เขาก็ไม่ได้สนิทอะไรกับผมมากหรอก แต่เขามีนิสัยเสียที่ชอบพูดด่าคนอื่นเสีย ๆ หายๆ เหมือนกับขับไสไล่ส่ง ไม่อยากจะคุยด้วย เวลาเล่น ๆ กับเขาก็จะพูดแบบห_า ๆ ใส่ คือบางทีมันก็เล่น ๆ ปะ แล้วเวลาผมคุยอะไรด้วย บางทีก็เป็นเรื่องสำคัญแต่ก็ชอบทำเมิน จนครั้งนึงผมต้องขึ้นน้ำเสียงใส่ถึงจะคุยด้วย คือรู้จักกันมา 3 ปี ก็เข้าใจว่าอาจจะเป็นคนที่มีปมอะไรบางอย่างและมันก็เป็นแค่หนึ่งในข้อเสียของเขา (เพราะส่วนใหญ่เขาจะชอบอยู่คนเดียวแบบ'โลกส่วนตัว') แต่มันไป ๆ มา ๆ มันหลายครั้งจนบางทีก็ทนไม่ไหว มันเกินไปในบางทีนะ ผมไม่พอใจที่ต้องเจอแบบนี้ครับ ผมคิดว่าถ้าเกิดเป็นอย่างนี้ก็คงบอกตรง ๆ ว่าไม่พอใจกับนิสัยและควรจะรับแก้ได้แล้ว แต่ผมก็ไม่เคยที่จะกล้าพูดตรง ๆ กับเพื่อนออกไปตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ผมควรจะพูดออกไปตรง ๆ ดีมั้ย หรือควรปล่อยเอาไว้ เพราะเดี๋ยวมันก็หายไปกับเรื่องแบบนี้ แล้วถ้าเกิดว่าจะพูดตรง ๆ ออกไปผมควรจะทำยังไงดี
3
ปัญหาชีวิต
ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ในอนาคต
ตอนนี้ผมอยู่ ม.6 ช่วง เทอม 2 พึ่งเปิดเทอมไปหมาด ๆ ตัวผมกำลังสงสัยในตัวเองว่าจะทำอะไรได้บ้างกับสิ่งที่ตัวเองสามารถ ผมเรียน ศิลป์-ภาษาญี่ปุ่น เกรดประมาณ 3 กว่า ๆ (แต่ไม่เคยถึง 3.5) และสอบวัดระดับความรู้ได้ N4 (ระดับ ง่ายสุด 5 4 3 2 1 ยากสุด) เล่นเปียโนแกะเพลงได้ 2-3 เพลงแต่ไม่ได้เก่ง กีฬาก็พอเล่นกับเพื่อนได้ก็บาสเกตบอล ในชีวิตมัธยมของผมมันก็สนุก ไม่ได้แย่อะไร แต่ไม่ได้รู้สึกว่าทำได้คุ้มค่าเท่าไร ผมก็เป็นคนชอบกิจกรรม(ถึงแม้จะไม่ใช่หน้าที่ที่สำคัญก็เถอะ) แล้วก็ไม่ได้ทิ้งเรื่องเรียน แต่ผมคิดว่าผมขาดอะไรบางอย่างไป ผมมักจะมองคนที่เป็นดาวโรงเรียนเสมอ และประทับใจในตัวพวกเขา สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดในตัวพวกเขาก็คือ สิ่งที่พวกเขาได้พยายามมากกว่าคนอื่น ๆ หลายเท่าตัว ทำให้ผมมองไปแล้วก็ประทับใจ แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกอิจฉาลึก ๆ ผมอิจฉาในตัวพวกเขาที่มีแรงบันดาลใจในการทำอะไรบางอย่างที่จะทำให้มันดี และรักในสิ่งที่ทำ แต่ตัวผมกลับไม่มีสิ่งเหล่านั้น เวลาผมทำกิจกรรมผมก็ทำเต็มที่ถึงแม้จะเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่ผมก็ยังคิดว่าตัวเองยังไม่ได้พยายามเท่าพวกเขา อย่างเช่น คนบางคนอยากจะเป็น นักการเมือง เพราะต้องการจะทำให้ประเทศดีขึ้น หรือมีไอดอลที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจว่าอยากจะเป็นเหมือนไอดอลของเขา แต่ตัวผมไม่ได้มีไอดอล หรือความคิดที่ยิ่งใหญ่อะไรอย่างนั้น ที่ผมเลือกเรียนสายนี้ก็เพราะว่าตัวเองแค่คิดว่ามันเท่ดี หรือก็แค่คำพูดที่พูดมันเท่ แน่นอนว่าชอบการ์ตูนญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ได้ชอบหนักขนาดนั้น ตัวผมคิดจะเลือกเรียนคณะ อักษรศาสตร์/ศิลปศาสตร์/มนุษยศาสตร์ เอกญี่ปุ่น แต่มันคิดแล้วก็คิดอีก ว่าตัวเองจะทำอะไรได้บ้างกับสิ่งที่ตัวเองสามารถ เพราะตอนนี้ผมไม่มีเป้าหมายในใจเลยสักนิด ว่าจะเป็นอะไรหลังจากเรียนจบ เพราะผมไม่ได้ชอบอะไรสักอย่างเป็นพิเศษ ที่เลือกเรียนหรือทำบางอย่างอย่างมีความสุข มันก็เพราะว่าเราทำได้ดีในเรื่องนั้น เลยทำไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าไปต่อเรื่อย ๆ คิดว่ามันคงไม่ดีแน่ ๆ ถ้ามีความคิดแค่นี้ผมควรหาแรงบันดาลใจยังไงดีครับ ผมก็แค่อยากจะทุ่มเทในสิ่งที่ตัวเองทำมากกว่านี้
2
ปัญหาด้านการงาน
เป็นคนทำงานไม่ดี
สวัสดีครับ จริง ๆ อันนี้เป็นปัญหาที่ผมเป็นมานานแล้ว แต่ก็ไม่เคยแก้จุดนี้ได้ มันเคยเกิดปัญหาขึ้นจนมันแก้ไม่ได้ ทำให้โดนต่อว่าและโดนคนเมินอยู่สักพัก ไม่ได้รับการไว้วางใจจากฝ่ายตรงข้ามเลย ผมคิดว่าเป็นคนจริงจังกับทุกงาน แต่ก็ทำงานได้ด้อยกว่าคนที่สบาย ๆ กว่าที่ไม่ได้จริงจังอะไร ผมเองก็รู้ตัวว่าเป็นคนคิดมาก ขี้กังวล อยากจะทำงานออกมาให้ดีที่สุด แต่ก็ไม่ได้ดีอย่างที่คาดเอาไว้ มันทำให้ผมเครียดจนแอบไปร้องไห้เลยด้วยซ้ำ พ่อแม่ก็เอาแต่บอกว่าสบาย ๆ เข้าไว้ โดยที่ไมรู้เลยว่าผมกดดันขนาดไหนเวลาทำงาน เพราะผมแค่อยากจะให้การทำงานของผมดีขึ้นมันก็แค่นั้นเอง ผมแค่อยกจะทำมันให้ดีขึ้นมันก็แค่นั้นเอง ช่วยแนะนำหน่อยสิครับว่าเราควรจะทำยังไงกับตัวเราดี
2
ปัญหาทั่วไป
เพื่อนไม่คบ โดดเดี่ยว
ปัญหามีอยู่ ว่าหนูเคยมีเพื่อนหลายคนอยู่ แต่เคยผิดกับเพื่อนหลายๆคนมากๆ และหนูก็รู้ด้วยว่านิสัยของตัวหนูเป็นคนโผ่งผ่าง พูดไม่คิด แต่เป็นคนคิดมาก ดร่ามามาก จนเพื่อนหายไปหมด จนตอนนี้เหงา และโดดเดี่ยวมากเลยค่ะ ตอนนี้กำลังพยายามพัฒนาตัวเอง ดูจากหลายสำนัก จนเชื่อในตัวเองขึ้นมาบ้าง และมีเป้าหมายชัดเจนแล้ว มีกิจกรรมที่ชอบแล้ว แต่ก็ติดที่ไม่มีเพื่อนคุย มันเลยเหงาบ้าง รู้สึกไม่สำคัญเลย ควรทำยังไงดีคะ หนูก็พยายามขอโทษเพื่อน แล้ว ก็ไม่สำเร็จ หนูควรทำยังไงดีคะ? และถ้าเเก้ไขอะไรไม่ได้เเล้วควรทำไงดีคะ?(โดยส่วนตัวอาจจะชอบอยู่คนเดียวด้วย และงานอดิเรกไม่เหมือนเพื่อน เลยหาพื่อนยาก ควรทำยังไงดีคะ?)
1
ปัญหาชีวิต
ช่วยหาจิตแพทย์ที่เข้าถึงง่ายหน่อยครับ
ผมลองไปหาจิตแพทย์ที่รพ.แห่งหนึ่งแต่โก็ดนส่งไปที่อายุรกรรมครับ ซึ่งผมรอไปหลายชั่วโมงจนไม่อยากรอและเดินออกมา รู้สึกเสียเวลากับการรอ อยากจะทราบว่ามีที่ไหนบ้างที่เข้าหาจิตแพทย์ได้ง่าย
1
ปัญหาความรัก
จริงๆชอบเขาไหมนะ
หนูมีเพื่อนอยู่คนนึงค่ะ เป็นผู้หญิง เป็นเพื่อนต่างคณะ เราเคยรู้จักกันตอนเราไปค่าย ระยะเวลาเข้าค่ายไม่นานมาก ประมาณ1อาทิตย์ แต่ทำให้หนูรู้สึกว่าเหมือนได้เพื่อนสนิทเลยค่ะ เรารู้ใจกัน คุยกันได้เข้าคอ หลังออกค่าย เราก็ยังติดต่อกันบ้าง ส่วนใหญ่เขาจะมาระบายปัญหาเรื่องแฟน หนูก็ให้คำปรึกษาไป แต่หลังๆมาเขามีปัญหากับแฟนบ่อยขึ้น จนสุดท้ายก็เลิกกัน ตอนนั้นหนูก็ฟังเขาโทรมาร้องไห้ คอยอยู่ข้างๆให้กำลังใจเขา เพราะเขาเป็นคนที่อยู่คนเดียวไม่ได้ เขาจะคิดฟุ้งซ่าน ไม่กินข้าว หนูอยู่ข้างๆจนเขาดีขึ้น ไม่เอาเรื่องอดีตมาทำร้ายตัวเอง หลังจากนั้นเราก็คุยแชทกันบ่อยมากขึ้นค่ะ โทรปลุกกันบ้าง โทรคุยกัน ไปกินข้าวกินขนมด้วยกัน และเราก็คุยกันเหมือนจะมากกว่าเพื่อน แต่เราเคยเปิดใจกันแล้วว่าเราคุยแบบนี้ทั้งสองโอเค และจะเป็นแค่เพื่อนกัน ช่วงเวลานั้นหนูมีความสุขมากค่ะ มีรอยยิ้มในทุกวันเลย จนคนรอบๆข้างสงสัยว่าหนูมีแฟน ผ่านไปประมาณ 9 เดือนค่ะ วันหนึ่งเขามาบอกว่าเขากำลังจะชอบหนู และไม่อยากให้หนูอึดอัด เพราะเขารู้ว่าหนูไม่ได้ชอบผู้หญิง เลยจะถอยห่าง ตอนนั้นหนูก็เสียใจนะคะ ที่เหมือนเรากำลังจะเสียเพื่อนคนนึงไป ละอยากบอกกับเขามากๆว่าเราก็รู้สึกเหมือนกัน แต่หนูพูดออกไปไม่ได้ เพราะวันนึงหนูอาจจะทำให้เขาเสียใจ และอาจจะเสียเพื่อนคนนี้ไป หลังจากนั้นเขาก็คุยน้อยลงเรื่อยๆ นานๆตอบที แต่หนูรู้สึกเหงามาก มันไม่ชินซักที อยากทักแต่ก็กลัวว่าเขาไม่อยากคุย กลัวเขาจะคิดว่าเรามาเล่นกับความรู้สึกของเขา กลัวนู้นกลัวนี่ เป็นห่วงแต่เขาว่าจะโอเคอยู่มั้ย จนไม่กล้าทำอะไรเลยค่ะ ได้แต่ติดตามข่าวว่าวันนี้เขาจะทำอะไร ไปที่ไหน ตอนนี้ในใจหนูมันอึดอัดมากๆ หนูไม่รู้ว่าหนูชอบเขาจริงๆมั้ย หรือแค่หนูเหงา แค่ความเคยชิน หนูควรทำไงดีคะ ควรอยู่แบบนี้ต่อไปเพื่อเขาหรือสารภาพดีคะ
1
ปัญหาความรัก
รักครั้งเเรกหัวใจก็เเตกสลาย เร็วเกินไปไหม กับความผิดหวัง First love
ขออนุญาต แชร์ประสบการณ์ รักครั้งเเรกหัวใจก็เเตกสลาย เร็วเกินไปไหม กับความผิดหวัง First love ไอ=จขกท พี=แฟนเก่าจขกท ไอเคยมีแฟน(แฟนคนเเรก) ไอเป็นคนเข้าไปจีบเอง คบกันมาได้3-4เดือน พีบอกเลิก ไอไม่ถามหาเหตุผลไอก็ปล่อยไปเพราะในตอนนั้นไม่ได้คิดจริงจังกับคนคนนี้ แต่ถัดมาอีกเดือนสองเดือนก็เริ่มคิดถึงล่ะ เเละโชคก็เข้าข้างให้พีกลับมา ช่วงเวลาที่เลิกกันไป ทั้งสองคนไอกับพีไม่เคยมีใครเข้ามาใหม่ พอได้กลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ต่างคนก็จริงจังกับความรักมากขึ้น แต่สุดท้ายเป็นไอที่ผิดสัญญาก่อน ค่อนข้างร้ายเเรงแต่เมื่อคุยกันรู้เรื่อง ปัญญหาที่เกิดก็คลี่คลายกลับมาสงบสุข เรื่อยๆจนเวลาผ่านไปเท่าไรไม่รู้ เริ่มมีคนเข้ามาหาพี ชื่อวิน(ผญ) ไอรู้จัก เพื่อนไอเอง (ด้วยความที่ทำกิจกรรมด้วยกันทำให้อยู่ด้วยกันนานจนค่อนข้างสนิท) ทำให้ช่วงนั้นไองอนกัน มันยิ่งได้โอกาสเป็นที่ระบายของพี ปรึษาหารือเรื่องไอ ไอ่สาด กูหมึน เเต่ไอก็ผิดเพราะมารู้เรื่องทีหลังว่าพีมันหึงที่ไอเล่นกับเพื่อนผู้ชายมากเกินไป เเล้วเอาไปเอามาไอก็ทะเลาะกัน พีมีเพื่อนเป็นผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง ชื่ออีบีสายเสี้ยม อีบีแม่งก็เสี้ยมจนทะเลาะกันหนักเข้าไปอีก แม่งไม่รู้ไปเสี้ยมยังไง ทำเอาไอร้องให้ตาบวมอยู่เป็นอาทิตย์ ที่ร้องเพราะว่า ช่วงนั้นพีไม่คุยไม่ฟังอะไร เราก็ไม่มีโอกกาสได้อธิบาย จนเลิกกันพีก็เป็นคนบอกเลิกอีกตามเคย ตรงกับวันที่กูเเม่งเตรียมคำพูดมากมายจะไปง้อพี เตรียมแผนการอย่างดีบอกเพื่อนให้ดักพีไม่ให้พีออกทางไหนได้ มีแผลนง้ออะเอาง่ายๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำเพราะพีชิงบอกเลิกก่อน สุดท้ายไปรู้มาว่า อีบีสายเสี้ยมเนี่ยเป็นคนไปบอกพีว่า "ไอมันจะบอกเลิก" ไปพูดบอกพีเชิงที่ว่า ชิงบอกเลิกก่อนเลยยังไงไอมันก็จะบอกเลิกเเล้วจะได้ไม่เจ็บมาก ไรงี้ ตามที่ไอรู้มา สายกูเยอะ รู้ทีหลังโคตรโมโห ไอ่เราที่ยอมเลิกก็เพราะเคารพในการตัดสินใจของพีแหละ เเต่มารู้เรื่องนี้ทีหลังมันไม่โง่ไปหน่อยเหรอว่ะกู เเล้วความหวงก้างของไอก็ไม่มีขีดจำกัด เเฮกเข้าfacebookพี รู้ทุกอย่าง รู้ว่าพีกำลังจีบคนใหม่ ซึ่งก็อีวินนั่นแหละ แต่อีนี่ก็โรคจิต เล่นตัวรุนเเรงมาก ชอบคิดไปเองว่าผู้ชายรักหลงมัน (ด้วยความที่ทำกิจกรรมด้วยกันทำให้อยู่ด้วยกันนานจนค่อนข้างสนิท) โคตรโรคจิตอ่ะ จนพีไม่สู้เเล้ว555 แล้วก็ล่าสุดคนทีพีกำลังจีบอยู่ตอนนี้ ก็เพื่อนด้วยกันอีก เห้อ ชื่อมีน หลังๆมาไอก็ไม่เข้าไปแล้วเเหละ พยายามห่างเพื่อที่จะลืม แต่ก็เนาะ รักครั้งเเรกหัวใจก็เเตกสลาย เร็วเกินไปไหม กับความผิดหวัง ไอคิดว่าไอไม่สามารถขอกลับไปได้ เพราะยังไงก็คิดว่ามันคงจะจบเเบบเดิม และพีก็คงอยากเริ่มรักครั้งใหม่กับคนอื่นมากกว่า แต่ไอก็ขอถือโอกาสนี้ที่จะบอกว่ารักพีมากนะ ถึงพีจะไม่รู้ก็เถอะ 555 *ทุกคนที่อยู่ในเรื่องนี้เรียนที่เดียวกันห้องเดียวกันเพื่อนกันรวมถึงไอกับพีด้วย* {บางคนอาจคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไร้ซึ่งสาระแต่มันก็จริงค่ะ เราต่างยืนอยู่ในคนละจุด เรามีสิทธิ์ ที่จะมองอะไรยังไงก็ได้ และถ้าเราเดินไปจุดอื่น เราจะเห็นต่างจากจุดเดิม บางทีเราอาจมองเห็นภาพที่กว้างขึ้น หรือ แคบลง} ไออยากกลับไปมากแต่ทำไม่ได้ทั้งๆที่ใจปรารถนา แต่ถ้าพีทำอะไรแล้วมีความสุขไอก็มีความสุข รวมถึงถ้าชอบพอกับใคร555 ชอบนะเวลาที่พียิ้ม รักเลยแหละ อยากเก็บไว้ดูคนเดียวจริงๆ
2
ปัญหาความรัก
หรือผมคิดไปเอง.....
ผมรู้จักผญคนนึงจากมหาลัย เราอยู่คนละคณะ แต่เค้าดันมาเลือกเรียนวิชาเสรีที่คณะผม แต่เป็นวิชาบังคับของคณะผม ทำให้เจอกันและได้รู้จักกัน แล้วเราเป็นเพื่อนกันครับ เพราะเค้ามีแฟนอยู่แล้ว วันเวลาผ่านไป ก็ไม่ได้คุยกันเพราะว่าเมื่อเรียนจบคลาสเราก็แยกกัน ไม่ได้ติดต่อพูดคุยอะไรกัน ได้แต่ทักกันในเฟสบ้าง ไลท์รูปกัน ในเฟสในไอจี เป็นแบบนี้มา 2 ปี จนกระทั้ง.....เมื่อเดือนที่แล้ว อยู่ๆเค้าก็ทักผมมา แล้วมาคุยด้วยแบบที่ว่า เดี่ยวนะมันแปลกๆ สืบไปสืบมาก็ได้ความว่า เค้าเลิกกับแฟนแล้ว แล้วเค้าก็บอกเราว่า เพราะเลิกกับแฟนแล้วเค้าเลยอยากทักมา แล้วเราก็คุยกันแบบว่า เกือบจะตลอดเวลา เว้นเวลานอนกับเวลาที่มีชั่วโมงเรียน แบบแทบไม่ได้ว่างกันเลยครับ จนผมเริ่มหวั่นไหวและไม่ได้คิดแค่เพื่อนอีกต่อไปแล้ว แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า เค้าชอบพูดประมาณว่า เธอชอบเป็นห่วงกัน เธอบอกว่าไปไหนบอกด้วย กลับบ้านแล้วทักมาด้วย บอกคิดถึง แล้วก็ยังชอบพูดอีกว่า 'ก็เพื่อนกันอะ' 'ขอบคุณนะเพื่อน' 'ก็เพื่อนกันปะวะ' จนทำให้บางทีผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า นี่เราคุยกันมาขนาดนี้ คือเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆใช่ไหม อยากถามความคิดเห็นทุกคนที่มาอ่านว่า นี่ผมคิดไปเองคนเดียวจริงๆหรอ......?
2
ปัญหาความรัก
ไม่เป็นตัวเอง
เป็นตัวของตัวเอง ไม่ค่อยแคร์หรือตามสังคม ใช้ชีวิตปกติ พอวันนึงมีแฟน แรกๆก็ยังเป็นตัวเอง เวลาผ่านไปมารุ้ตัวว่า เรากำลังไม่เป็นตัวเอง ทำไมเราไม่เหมือนเดิม ไม่มีความสุข ไม่กล้าทำอะไรตามใจตัวเองเหมือนก่อน ไม่เข้าใจ ไม่โอเค ไม่แฮปปี้มากๆ ต้องทำยังไงดี?!
4
ปัญหาทั่วไป
เราขี้อิจฉาเพื่อน
จริงๆก็ไม่ควรไปอิจฉาค่ะ ตอนนี้ยังเรียนมหาลัย อยู่ในคณะที่ดี การงานมีโอกาสก้าวหน้าไปได้มากๆค่ะ เพื่อนคนนี้สมัยเรียนมัธยมก็ดูเป็นเด็กธรรมดาๆ เหมือนกันค่ะ แต่พอไปมหาลัย นางสวยขึ้น แต่งตัวมากขึ้น มีคนมาชอบมาสนใจเยอะมากขึ้นมากค่ะ แต่ถ้าเทียบนางอยู่คณะที่ไม่ได้ดีเท่ากับเราค่ะ (เปรียบเทียบกันได้จริงๆค่ะ เพราะเป็นคณะสายเดียวกัน) จริงๆมันก็เป็นแค่โลก social นี่แหละค่ะ คนติดตาม ตามไลค์นางเป็นพันเลยค่ะ เวลาไปรวมกลุ่มเพื่อนม.ปลาย ทุกคนก็จะให้ความสนใจนางมากๆค่ะ เพราะตอนนี้นางเหมือนเนตไอดอลนิดหน่อย เราควรทำยังไงให้เลิกอิจฉาดีคะ เพราะจริงๆสนิทมากที่สุดค่ะคนนี้ แต่พักหลังๆนางค่อนข้างเมินเราค่ะ ไลน์ไป คุยไปทางไหนก็ตอบช้าหมดค่ะ มีอีกประเด็นค่ะ คือเรามีเพื่อนในคณะเป็นผู้ชาย ทีแรกก็สนิทกันดีค่ะ มีกิจกรรมทำร่วมกัน พอเราลากเพื่อนสนิทหญิงของเราคนนี้มา เพื่อนชายของเราคนนี้ ก็มีท่าทีให้ความสนใจเพื่อนหญิงเรามากไปค่ะ เราก็เลยอิจฉาค่ะ ทั้งสองคนมีแอบไปคุยกันแค่สองคนบ่อยๆค่ะเราเลยอิจฉา ปนกับน้อยใจด้วยค่ะ (แต่เราสาบานได้ว่าไม่ได้ชอบเพื่อนชายคนนี้นะคะ) เป็นเรื่องไม่ดีมากๆเลยค่ะ แต่ไม่รู้จะจัดการความรู้สึกนี้ยังไงดีค่ะ
1
ปัญหาความรัก
คิดถึง อยากให้เขากลับมาเหมือนเดิม
เราคบกับแฟนเรามา สิ้นปีนี้จะครบ 8 ปี แต่เรามีเหตุให้อยากเลิกกับเขาเนื่องจากที่บ้านอยู่ๆก็เกิดหวงลูกชาย แล้วแฟนเราก็ไม่มีเวลาให้ เวลาของเขาคือให้ครอบครัว เวลาจะไปไหนกับเราต้องโกหกว่าไปกับเพื่อน เราเลยอึดอัดแล้วทะเลาะกันเรื่องเดิมๆบ่อย จนขอบอกเลิก แฟนทำเหมือนจะเข้าใจแล้วก็กลับมาไลน์หาเราเหมือนเดิม (แต่ละวันจะไลน์คุยกันประมาณ 3-4 ประโยค) มันวนลูปแบบนี้ จนเราลืมนับไปแล้วว่ากี่รอบ ณ ช่วงเวลาที่เราคบกับแฟนเมื่อประมาณกลางปีที่แล้วเราได้ไปเข้าร่วมโปรเจคออกกำลังกาย แล้วได้เจอกับพี่คนนึง ตอนช่วงที่ร่วมโปรเจคกันนั้นเราแทบไม่เคยคุยกันเลย จนใกล้จะจบเราก็ได้คุยกัน พี่เขาเคยไปส่งเราที่บ้าน 3 ครั้ง หลังจากจบโปรเจคก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกันอีก จนเราบังเอิญไปเจอเขาที่ผับชื่อดังแห่งหนึ่งย่านข้าวสารนั่นเป็นการบังเอิญเจอครั้งแรก และเราก็เจอเขาอีกที่ตลาดเป็นครั้งที่ 2 และเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาเราก็มีเหตุได้เจอเขาอีกเป็นครั้งที่ 3 ที่ร้านเหล้าที่เราเองก็เพิ่งเคยไปครั้งแรก จุดนั้นเองที่เราได้มีการแลกเปลี่ยนไลน์กัน เราคุยกับเขาบ้าง แต่ไม่บ่อย เรารู้มาว่าเขาเป็นดีเจที่คลื่นเพลงลูกกรุง และเป็นนักร้องตามร้านต่างๆ แล้วจู่ๆวันนึงเราก็มีโอกาสได้คอลคุยกัน จำได้แม่นเลยว่าวันนั้นเราคอลคุยกัน 3 ชั่วโมงกว่า คุยกันเรื่องเพลงเรื่องหนัง เรารู้สึกเหมือนคนที่คอยรับฟังเราได้ทุกเรื่อง เราเปิดใจคุยกัน หลังจากนั้นเราก็คอลคุยกันบ้างแต่ไม่บ่อย จนถึงเดือน กรกฏาคม เราได้ไปวันเกิดเพื่อนที่ผับชื่อดังที่เดิม แล้วเราลองชวนพี่เขามา เพื่อจะเสพดนตรี เสพบรรยากาศ แล้วเขาก็มาจริงๆ เราทั้งดีใจ ทั้งประหลาดใจ ปะปนกันไปหมด เขาช่วยดูแลเพื่อนเราที่ไม่ได้สติ และไปส่งเราที่บ้าน แล้วจากนั้นเราก็มีคอลคุยกันบ้างแต่ไม่ทุกวัน จนล่วงเข้าเดือนสิงหาคม วันที่ 6 ก็เป็นวันเกิดของเพื่อนเราอีกคน ซึ่งรอบนี้มีเพื่อนไปด้วยเยอะมากๆ เราก็ชวนเขามาอีก แต่เขาบอกว่า "วันนี้พี่เลิกเล่นดนตรีช้านะคะ อาจจะไม่ได้ไป" เราก็บอก "ไม่เป็นไรค่ะไว้โอกาสหน้าก็ได้ แต่ก็อยากให้มานะ" สุดท้ายเขาก็มาตอนที่ผับปิดแล้ว แต่เขาก็มารับเรากลับบ้าน แล้วเหตุการณ์มันก็เลยเถิดเพราะฝนที่ตกลงมาแล้วเขาถามเราว่าจะกลับบ้านหรือไปที่ไหนดี ณ ตอนนั้นเราก็มีใจให้เขาแล้วเลยบอกว่าที่ไหนก็ได้ที่พี่สะดวก คืนนั้นเราก็มีอะไรกัน มันช่างอ่อนหวานและดีจนเราแทบจะลืมทุกอย่างไปเลย พออีกวันนึงเราก็คุยกันผ่านไลน์ คอลคุยกันทุกคืน เราจะรอคุยกับตลอดหลังเที่ยงคืน เพราะเขาจะว่างหลังจากร้องเพลงเวลานั้น จนบางครั้งเราก็เพลียมากนะ แต่ก็ยังอยากคุย ต้องรอคุย เราหาเรื่องมาคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง เราพยายามไม่ก้าวก่ายเรื่องของเขา ถ้าเขาไม่อยากจะเล่า เขาเป็นคนปิดตัวเองมากเลยนะ เราเป็นคนทักไปก่อนทุกครั้ง ทุกวัน เขาเคยบอกเราว่าให้เราทักมาเลยถ้าอยากคุย ความสัมพันธ์ของเรามันเป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ เวลาเจอกันก็เจอแค่หลังจากเขาร้องเพลงเสร็จแล้วไปจบที่โรงแรม ประมาณอาทิตย์ละครั้ง ตอนนั้นเราไม่คุยกับแฟนเลย เขาทักมาก็ตอบ ในใจเรารอแค่พี่คนนี้ตอบ รอแค่จะคุยกับเขา เราเริ่มเล่นเกมที่เราไม่คิดจะเล่น เพื่อจะมีเรื่องคุยกับเขา เพื่อจะได้มีกิจกรรมที่ทำร่วมกัน เราฟังเพลงที่เราไม่เคยฟัง เราเห็นคนที่มาชอบเขาเป็นคนน่ารักๆ หุ่นดีๆ เราก็หันกลับมาฟิตหุ่น ออกกำลังกาย อยากเป็นคนที่ดีพอ ที่เราอยากจะให้เขาจริงจังกับเราแต่มันก็มีเหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่เรารู้สึกแย่เหมือนกันนะ คือมันมีเหตุที่เขางอลเรา แล้วเขาไม่ตอบไลน์เราเลยหายไปครึ่งวัน แล้วมาตอบอีกที เราง้อทุกอย่าง ทำทุกทาง ทรมานใจมากที่เขาไม่เข้าใจ แล้วเขาก็บอกให้ลืมเรื่องนั้นแล้วก็กลับมาคุยเหมือนเดิมจนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเราต้องไปออกทริปกับแฟน โดยเราบอกพี่เขาไปว่าเราไปกับที่บ้าน จนแฟนเราแท็กรูปลงเฟส แล้วพี่เขาพิมพ์ไลน์มาหาเราบอกว่า "อยู่ไหนกันแน่ พี่ไม่ค่อยชอบคนโกหกเลยจริงๆ" แล้วก็ส่งรูปที่แฟนเราแท็กมา ตอนนั้นเราตกใจ เสียใจ ทำอะไรไม่ถูก เลยพิมพ์อธิบายบอกเขาไปว่ามันเป็นทริปสุดท้ายแล้ว เรานัดกันไว้นานแล้ว แต่เราไม่ได้คิดจะกลับไปคบกับแฟน เรารักเขานะ เพราะเรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เขาพิมพ์ตอบกลับมาสั้นว่า "พอ" จากนั้นเขาก็บล็อกทุกอย่างจากเรา ทั้งเฟสบุ๊ค ไอจี ทวิตเตอร์ รวมถึงเบอร์ เราเลยไลน์ไปถามเขาว่าบล็อกเราทุกอย่างเลยหรอ ไม่เห็นความพยายามของเราหรอ จากนั้นก็มีส่งเพลงไปขอโทษ ส่งรูปคู่ที่เราเคยถ่ายแล้วขอให้เขายกโทษให้ นี่ก็วันศุกร์แล้วที่เราทำแบบนี้ เราส่งวันละรูป คอลวันละสาย เขาอ่านนะแต่เขาไม่ตอบ เราเจ็บปวดมาก อึดอัดมากเลย เพราะเราแค่อยากรู้ว่า ถ้าไม่ยกโทษให้เราแล้ว ถ้าไม่กลับมาแล้วช่วยบอกเราได้มั้ย อยู่แบบนี้เราทรมาน ทำอะไรก็คิดถึงแต่เขา เราเองก็ไม่รู้ว่าปล่อยให้เขามามีอิทธิพลต่อใจขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เพื่อนสนิทก็บอกให้เราหยุดได้แล้วมีคุณค่าบ้าง ให้เรามีความสุขได้ด้วยตัวเอง เราก็เหมือนจะคิดได้นะแล้วสักพักก็กลับไปคิดแบบเดิมอีก คิดถึงเขาวนซ้ำไปซ้ำมา...เราเจ็บมากจริงๆกับครั้งนี้ ได้โปรดช่วยเราที
4
ปัญหาทั่วไป
ชอบคิดมาก ควรแก้ยังไงดี
ชอบคิดไปก่อนแล้วมันรู้สึกกังวลแบบมันหน่วงๆในใจ แบบบางทีมันไม่ใช่เรื่องของเราแต่เขามาปรึกษาเราแล้วเรากังวลแทนเขา เราไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้เลย