หน้าหลัก
มุมมอง
ปัญหา

เปลี่ยนรหัสผ่าน



เราดีใจ! ที่แมวของคุณได้บ้านใหม่

บอกบางอย่างกับเพื่อนๆที่ติดตามโพสประกาศของคุณ (สามารถเว้นว่างได้)


ปัญหาทั้งหมด

3
ปัญหาชีวิต
อารมณ์อ่อนไหวเกินไป
ฉันรู้สึกไม่มั่นคงทางอารมณ์ อารมณ์อ่อนไหวมากๆ ร้องไห้ง่าย โมโหง่าย วิตกกังวล เครียด หงุดหงิด สับสน อ่านข้อความอะไรเศร้าหรือฟังเพลงเศร้าก็เก็บมาเครียด ดราม่า กังวลไปหมด อารมณ์ทุกอย่างมันรุนแรงกว่าเดิม เป็นแบบนี้มาประมาณสองสัปดาห์แล้ว พาลทะเลาะกับแม่ กับแฟน กับเพื่อนร่วมงาน แฟนฉันเคยบอกว่า ที่อารมณ์ฉันอ่อนไหวแบบนี้ เป็นเพราะฉันกลับไปอ่านนิยายอีกรอบ ซึ่งฉันมองว่าเมื่อก่อนฉันก็อ่าน แต่ทำไมถึงไม่เป็นแบบนี้ ฉันลองศึกษาเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะฉันก็ไม่ได้เจ็บปวดเท่าคนที่เป็น แม้จะมีความคิดพิเรนประมาณว่า อยากลองโดนรถชนดูบ้างตอนกำลังข้ามถนน อยากให้รถเสียหลักกลิ้งหลายๆตลบขณะโดยสารรถตู้ เคยอยากหักพวงมาลัยรถเข้าข้างทางให้ชนที่กั้นถนนขณะนั่งอยู่ในรถที่แฟนกำลังขับ แต่ฉันไม่อยากให้ใครมาเจ็บหรือลำบากไปกับความคิดชั่วๆของฉัน ฉันอยากเจ็บแค่คนเดียว อยากให้เกิดอุบัติเหตุแบบที่ฉันเจ็บแค่คนเดียว ฉันอยากไปพบจิตแพทย์ แต่ฉันไม่มีเงิน ไม่มีเวลา ไม่รู้จะไปที่ไหน ฉันไม่อายหรอกนะกับการไปหาจิตแพทย์ แต่ฉันไม่รู้ว่าอาการอย่างฉันต้องถึงขนาดพบจิตแพทย์มั้ย มันจะดีขึ้นในเร็วๆนี้มั้ย ฉันกลัวว่าวันนึงฉันจะไม่เหลือใครในชีวิต
1
ปัญหาความรัก
กลับไม่ได้ ไปต่อไม่ถึง
เรามีแฟนแล้ว เขาก็มีคนของเขาแล้ว เรารู้ว่าทุกอย่างมันผิดและบิดเบี้ยวไปหมด แล้วเราทั้งคู่ก็ปล่อยให้ความผิดบาปมันแผดเผาให้เรามอดไหม้ด้วยราคะและตัณหาทางอารมณ์ เราทั้งคู่ต่างก็บอกตัวเองว่ามันคือความรักทั้งที่เราต่างก็ยังไม่เข้าใจความสัมพันธ์แบบนี้ แต่เราก็ยังเรียกมันว่าความรัก เราเจอกันตอนที่เราต่างพยายามหาที่ยึดเหนี่ยว เราทะเลาะกับคนของเรา และเราก็เล่าสู่กันฟังนั่นคือจุดเริ่มต้นจนกลายมาเป็นความสัมพันธ์อันร้างไร้ เรากอดกัน เราจูบกัน เรามีความสัมพันธ์ แต่เราไม่รู้ว่าวันต่อ ๆ ไปเราจะยังมีกันหรือไม่ เราอยากหยุดแล้ว เขาเองก็คงไม่ต่าง เพราะในเวลาที่เราต้องกลับไปยังที่ของเรา ความทุกข์ก็รายล้อมความรู้สึกเราจนเกินจะรับไหว แต่ปัญหาคือเมื่อเราบอกกันว่าเราจะไป เรากลับจับมือกันแน่นกว่าเดิม...
2
ปัญหาด้านการเรียน
เรียนในสิ่งที่รัก หรือ เรียนในสิ่งที่ทางบ้านอยากให้เรียนดี
เรียนในสิ่งที่รัก หรือ เรียนในสิ่งที่ทางบ้านอยากให้เรียนดี ถ้าเรียนในสิ่งที่รัก ทางบ้านเห็นว่ามันมีโอกาสตกงานเยอะ งานไม่มั่นคง แต่ก็รัก อยากจะเรียนมันมากๆ กับไปเรียนในสิ่งที่ทางบ้านอยากให้เรียน เป็นการเรียนสายที่มั่นคง จบมาแล้วมีงานทำอย่างแน่นอน แต่ไม่ค่อยชอบมันเท่าไร จะทำยังไงดี ???
1
ปัญหาทั่วไป
สาวๆเป็นกันไหมคะ ?
สาวๆที่รักสาวรักงามเป็นมั้ยคะ เราหวงของมากกกกกกกกกกกก โดยเฉพาะของที่ส่วนตัว(ในความคิดของเรา) เช่น เครื่องสำอาง เราหวงมาก ชนิดที่ว่าถ้าเพื่อนใช้ลิปของเราแล้ว เราไม่ใช่ต่อ เราให้ไปเลย เรานิสัยเสียใช่มั้ยคะ จะแก้ยังไงดี
4
ปัญหาด้านการเรียน
รอผลฝึกงาน
เป็นนักศึกษา ฝึกงานอยู่ครับ ฝึกงานทั้งหมด 6 ผลัดครับ ผลัดละ 6 สัปดาห์ ตอนนี้ฝึกงานผลัดที่ 4 อยู่ครับ ขอกำลังใจหน่อยครับ โค้งสุดท้ายก่อนจะจบเหนื่อยๆจริงๆครับ ฝึกงานรอผลด้วยครับ ไม่แน่ผลัดที่สามอาจไม่ผ่าน อาจารย์บอกให้รอผลประเมินอีกที ติดที่ตรงพอฝึกงานผลัดที่ 6 เสร็จ จะมีเวลาอ่านหนังสือสอบใบประกอบโรคศิลป์ 3 เดือน แต่ถ้าผลฝึกงานไม่ผ่าน ต้องฝึกใหม่เป็น 7 ผลัด จะมีเวลาอ่านหนังสือลดลงเหลือเดือนครึ่ง มานท้อมากๆเลยครับ กังวลการสอบใบประกอบด้วยครับมีเวลาอ่านน้อย ไม่ใช่คนเก่งอะไรเลยครับ ฝึกงาน 9 เดือนเต็ม ทุกที่กดดันหมดเลยครับ งานเยอะด้วย แต่ทุกวันนี้ก็พยายามอดทน บอกตัวเองเสมอเลยครับ ทนมาได้ตั้งหลายปี อีกนิดเดียวก็จะจบแล้ว อดทนไว้อีกนิดเดียวแล้วครับ ขอกำลังใจหน่อยครับ รอผลฝึกงานผลัดสามอยู่ด้วยครับตอนนี้ มีพรีเซ้น แก้งานใหม่ทั้งหมดสี่รอบเลยครับตอนฝึกผลัดสาม โหดจริงจริง ใครมาฝึกที่นี่ทุกคนก็บอกว่าโหด ท้อใจจริงจริงครับ ขอขอบคุณพื้นที่เว็บไซด์นี้ที่ให้ระบายปัญหาและความทุกข์ที่อยู่ในใจนะครับ
3
ปัญหาครอบครัว
ผมโตแล้ว แต่พ่อแม่ยังวุ่นวายกับชีวิตผมอยู่เลย
ผมอายุ 24 แล้วครับ คือผมชอบทำงานดึกนอนดึก บางทีก็ตื่นบ่ายหรือเที่ยง แต่พ่อแม่ผมเค้ายังมาด่าว่าเรื่องตื่นสายเรื่องอื่นๆ เหมือนผมยังไเป็นเด็กอยู่เลย บางทีผมจะออกไปเที่ยวหรือกินเหล้าก็ยังต้องขอ เค้าไม่ให้ก็ไปไม่ได้ คือเหมือนผมยังไม่มีอิสระในตัวเอง การที่เป็นแบบนี้มันถูกหรือผิดครับ ผมควรทำยังไง ควรปลงหรือแก้ไขยังไงดีครับ
4
ปัญหาทั่วไป
ไม่รู้ว่า ควรให้เพื่อนแค่ไหน ควรให้ตัวเองแค่ไหน
บางครั้งสิ่งที่ตัวเองต้องการไม่ตรงกับเพื่อน จะทำตามที่ตัวเองต้องการก็กลัวว่าเพื่อนจะคิดว่าเราเห็นแก่ตัว แต่จะทำตามที่เพื่อนต้องการก็ไม่สบายใจเรา
2
ปัญหาทั่วไป
มีใครเป็น people-pleaser (คนขี้เอาใจคนอื่น) บ้างไหมคะ?
ตอนนี้รู้สึกว่านิสัยขี้เอาใจคนอื่นกำลังทำร้ายชีวิต ไม่รู้จะแก้อย่างไรดี - การปฏิเสธคนอื่นว่า "ไม่" เป็นเรื่องที่ยากและลำบากใจมาก - หลายครั้งไม่แน่ใจว่า ขณะที่กำลังหัวเราะ รู้สึกขำ/ตลกจริงหรือเปล่า - ยืนยันอะไรอย่างมั่นใจไม่ได้ เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องการทำสิ่งนั้นหรือไม่ - มีความกลัวในใจตลอดว่า คนอื่นจะรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่เราทำหรือพูด คนอื่นจะนินทาจะแบน - ไม่ยอมรับว่าตัวเองเจ็บปวด แสดงออกปกติ ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ภายในร้องไห้อยู่ - หลายครั้งตอบไม่ได้ว่า ตอนนี้ตัวเองรู้สึกอย่างไรหรือต้องการอะไร เพราะที่ผ่านมา ด้วยนิสัยนี้ทำให้ไม่ใส่ใจความรู้สึกและความต้องการของตัวเอง - แคร์ความคิดความรู้สึกคนอื่น หากคิดว่าเพิ่งพูดหรือทำอะไรไม่ดีกับใครจะตามไปขอโทษทีหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ ผลคือ คนๆนั้นไม่ได้คิดอะไรหรือลืมไปแล้ว จากเหตุการณ์ในอดีตทำให้ฝังใจ เช่น - เพื่อนตีตัวออกห่างโดยไม่รู้สาเหตุ ถามไปได้รับคำตอบว่า "ไม่ได้เป็นอะไร" ยืนยันว่าไม่มีเรื่องผิดใจและไม่มีเรื่องทะเลาะใดๆ - อยู่ในสังคมที่ต่อหน้าดีลับหลังร้าย ไม่มีทางรู้ได้ว่า สิ่งที่ทำหรือพูดไปจะทำให้คนรอบข้างไม่พอใจหรือไม่ จะโดนด่าโดนนินทาตอนไหน (ต่อหน้าแสดงท่าทีปกติ ลับหลังนินทาและด่ากระจุยกระจาย) ปรึกษานักจิตวิทยา จึงได้รู้สาเหตุว่ามาจาก 1. "ความกลัวในจิตใจ" กลัวว่าสังคมจะนินทาจะเกลียด กลัวว่าจะถูกทอดทิ้งจะไร้เพื่อน และกลัวว่าเหตุการณ์เดิมจะเกิดซ้ำรอย คือ ถูกทอดทิ้งโดยไม่รู้สาเหตุ 2. "การที่ไม่เคารพและไม่ชอบตัวเอง" จะแสดงตัวตนและความต้องการของตัวเองออกมาไม่ได้ เดี๋ยวจะถูกเพื่อนเกลียดหรือสังคมทอดทิ้ง รู้สึกว่าไม่มีความสุขในชีวิต คิดถึงตัวเองคนเก่า... คนที่ไม่ว่าจะเจอปัญหาเจออุปสรรคอะไร ก็ไม่เคยเก็บมาคิดเก็บมาเครียด คนที่ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ทั้งที่ชีวิตก็ไม่ได้เพอร์เฟค มีทั้งเรื่องที่ดีเรื่องที่แย่ปะปนกันไป คนที่เป็นตัวของตัวเอง แสดงความรู้สึกและความต้องการของตัวเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยนิสัยของตัวเองคนเก่า ทำให้มีเพื่อนมีสังคม แต่หลังจากที่นิสัยพลิกกลับเป็นตรงกันข้าม ทำให้มีเพื่อนน้อยมีสังคมแคบ ทุกวันนี้รู้สึกว่าไม่มีความสุขในชีวิต... ไม่รู้จะแก้อย่างไร...
2
ปัญหาชีวิต
ทำไมรู้สึกว่าตอนนี้เพื่อนในกลุ่มดูน่ารำคาญไปหมด
เพื่อนที่อยู่ในกลุ่มตอนนี้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูน่ารำคาญไปหมด พาลให้อารมณ์เสีย แล้วก็หงุดหงิดอยู่ในใจ ความน่ารำคาญคือเพื่อนมักชอบทำตัวร่าเริงเกินเหตุ เรียกร้องความสนใจ เสียงดัง มันน่ารำคาญ เราไม่อินไปเขาเลย ยิ่งเห็นเพื่อนร่าเริงเกินเบอร์แล้วเรายิ่งหงุดหงิด ทั้งๆที่แต่ก่อนก็เล่นแบบนี้ด้วยกัน แต่ตอนนี้มันดูเยอะไปหมด ทำให้เราอารมณ์เสียซึ่งมันแสดงออกทางสีหน้าแล้วเราก็จะทำหน้านิ่งๆ เล่นโทรศัพท์ เพื่อนก็ถามแหละว่าเป็นอะไรป่าว? (ก็แกนั้นแหละ) ก็ได้แต่ตอบไปว่าป่าว ไม่รู้ว่าเกิดจากที่เราอกหักมาหรือป่าว หรือมาจากการกระทำของเพื่อนจริงๆ ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ไม่อยากคิดติดลบกับเพื่อน พยายามมีความสุขแต่ไม่เลย กลายเป็นว่าเราหนีไปอยู่ห้องสมุดคนเดียวแล้วมีความสุขกว่า
2
ปัญหาครอบครัว
ฉันเห็นแม่เป็นการคุกคาม...
แม่เราไม่ได้เป็นแม่ที่ไม่ดีค่ะ กลับกัน เขาพยายามเข้าใจใส่ใจเราเท่าที่เขาทำได้ แต่เราไม่สามารถไว้ใจเขาได้... ทุกๆครั้งที่ตัดสินใจอะไร แม่จะคอยเตือนเสมอและคอยบอกข้อดีข้อเสียของทางเลือกของเรา เหมือนดีใช่ไหม? แต่มันกลายเป็นทำให้เราไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้เลยถ้าแม่ไม่บอกว่ามันดีที่สุด แม่ตะล่อมบอกทางที่แม่คิดว่าดี จนเราไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เราเลือก มันคือการเลือกของเราหรือของแม่? จนกระทั่งทุกครั้งที่ต้องตัดสินใจทำอะไร ไม่ว่าจะเรียนต่อสายไหน กินอะไร ออกไปข้างนอกไหม เราไม่เคยบอกแม่เพราะกลัวแม่จะบอกว่า อย่างนั้นดีกว่านะ อย่างนี้ดีกว่านะ แต่หนูชอบอันนั้นไม่ใช่เหรอ หนูชอบอันนี้ไม่ใช่เหรอ แล้วเราจะเปลี่ยนใจทำตามแม่บอก เราเคยเห็นแม่ร้องไห้หนหนึ่งและนั่นทำให้เราไม่สามารถขัดใจแม่ แม้ว่ามันจะทำให้เราเครียดแค่ไหนก็ตาม จนล่าสุดเราถึงสังเกตตัวเอง เรานอนไม่หลับในตอนกลางคืน และทุกครั้งที่แม่เข้ามาพูดว่า ทำงั้นนะลูก ทำงี้นะลูก เราเถียงในใจจนคิดว่าถ้าพูดออกมา บ้านแตกแน่ๆ และเราล็อคประตูห้องจนแทบจะกลายเป็นคนแปลกหน้าในครอบครัว เราไม่สนิทใจกับใครเลย และเมื่อไหร่ที่แม่เคาะประตู เราจะอึดอัด หายใจไม่ออก จนถึงขั้นกลัว เราเกือบจะไปซ่อนในตู้ เราเอาหูฟังอุดหูเพื่อจะได้ไม่ยินเสียงเรียกของแม่ ทั้งที่บางทีไม่มีอะไร กลายเป็นเรามองว่าที่แม่มาเคาะประตูเป็นการคุกคามชีวิตเรา คุกคามการตัดสินใจของเรา ถามว่าเกลียดแม่ไหมก็ไม่ แต่เชื่อใจแม่ไหม...ก็ไม่เช่นกัน เรารู้สึกผิดที่เหมือนรักแม่ก็รักไม่เต็มร้อย เกลียดก็เกลียดไม่ลง แต่การกระทำเหมือนอกตัญญู เราทนไม่ไหว ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงแม่เดินเข้ามาใกล้ประตูห้องเรา เราจะเริ่มอึดอัดทันที เราทนไม่ไหวจนเราอยากจะตายไปให้พ้นสภาพกึ่งๆนี่ จะพูดให้เพื่อนฟังเราก็เข้าใจมันว่ามันไม่มีเวลาฟังตลอด มีชีวิตหน้าที่ต้องทำ กลายเป็นเราเก็บไว้คนเดียว เพราะเราก็ไม่เชื่อใจคนในครอบครัวแม้แต่คนเดียว (ปมจากเรื่องบอกพ่อว่ามีแฟน บอกว่า อย่าบอกแม่นะ เดี๋ยวจะเรียนเกรดดีๆแล้วค่อยบอกแม่ อยากพิสูจน์ว่าทำได้ และเราจะไม่เสียสมาธิกับอีแค่มีแฟน แต่วันต่อมาแม่เคาะประตูห้องมาถามว่ามีแฟนแล้วเหรอ ความเชื่อใจพังไม่เหลือชิ้นดีเลย)
0
ปัญหาชีวิต
"อึดอัดทุกครั้งที่ต้องเจอหรือพูดคุยกับคนอื่น"
คือเริ่มแรก เราจะไปดรอปเรียน แต่ตอนนั้นนี่แหละที่เรารู้สึกกดดันมากๆ\n\nไม่ใช่ครั้งแรกนะ เราต้องเดินผ่านผู้คนที่ไม่รู้จัก เข้าไปติดต่อสอบถามผู้ใหญ่ในแผนกทะเบียน และอาจารย์ประจำคณะด้วย ตอนที่เรามาทำเรื่องขอย้ายคณะเราก็กดดันพอกัน\n\nมันเป็นความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนรอหัวเราะ เหมือนคนที่ได้ยินจะเอาเรื่องของเราไปเล่าต่อแล้วหัวเราะเยาะ ทั้งๆที่มันไม่มีหรอก คนไม่รู้จักกันจะทำแบบนั้นทำไม และเราก็ไม่ใช่คนเดียวที่ดรอปหรือย้าย แต่ถึงอย่างนั้นเรารู้สึกเหมือนว่าเราทำบางอย่างผิดพลาด และก็มีคนรอจะมองดูอยู่ห่างๆ\n\nมีหนหนึ่งที่เราเดินไปหาเพื่อน แล้วเพื่อนบอกให้ฟังว่ากลุ่มคนที่นั่งเยื้องไปไม่ห่างมากหัวเราะเราทั้งๆที่เราไม่รู้จักเขา เราก็ไม่ได้คิดมาก แต่ว่าพอเราคิดว่าเราต้องเดินไปบอกขอดรอป เรื่องนี้ผุดขึ้นมาทันที ไม่ใช่แค่เรื่องนี้แต่ยังมีอีกหลายเรื่อง\n\nวันนั้นเราขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำมหาลัยอยู่สองชม. รู้สึกโหวงเหวงหายใจไม่ออก จับกลอนห้องน้ำจะปลดหลายครั้งซ้ำๆก็ทำไม่ได้ เราปลดแล้วล็อกเหมือนเดิมอยู่เกือบชั่วโมง ทั้งๆที่เราก็รู้ว่าพอได้คุยจริงๆความกดดันพวกนี้จะหายไปเองแต่ก่อนจะได้เข้าไปคุยทำไมมันยากเหลือหลายขนาดนี้ และจะกลับมาอีกครั้งหลังพูดและทำธุระจบ เรากลัวการผิดพลาด แต่การตัดสินใจจะดรอป เราก็วางแผนไว้แล้วว่าจะไปหางานเก็บเงินสักส่วนหนึ่งเพื่อให้พร้อมด้วย และก็รู้ว่าไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่มันไม่เคยรู้สึกดีเวลาที่ต้องเจอคนมากหน้าหลายตา\n\nมันไม่เป็นปัญหาจนกระทั่งเราไปนั่งมองรถแล้วคิดว่าถ้าโดดให้รถชนตายไปซะก็ไม่ต้องเจออะไรแบบนี้อีก หลายครั้งทีเดียวเวลาออกนอกบ้าน เราก็เคยไปหาจิตแพทย์นะ ก็ไม่แน่ใจว่าที่เป็นคือโรคซึมเศร้าหรือแค่ภาวะซึมเศร้า ช่วงนี้เรายังไม่มีเงินพอจะเดินทางหรือไปหาหมอ เราควรทำอะไรเพื่อลดอาการพวกนี้ระหว่างที่เก็บเงินหาหมอ การจะไปหาหมอเราก็กดดันเหมือนกันค่ะ :'(
3
ปัญหาด้านการเรียน
ไม่อยากเรียนต่อแล้ว ยิ่งเรียนเหมือนยิ่งไม่ใช่...
สวัสดีค่ะ ตอนนี้เราเรียนปี 4 ปีสุดท้ายแล้ว เรารู้สึกว่าสายที่เราเรียนมันไม่ใช่เรา เรามองไม่ออกว่าอนาคตเราจะทำอาชีพที่เราเรียนมา มันไม่เห็นภาพเลย ตอนเราแอดติดเราไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะมาเรียนสายนี้ ผลการเรียนเราไม่ได้ขี้เหร่ เราทำได้ดีระดับนึง แต่เรารู้สึกว่ามันเป็นแค่ตัวเลข เพราะเราไม่ได้พยายามอะไรมาก เราเรียนไปเรื่อยๆ จนซัมเมอร์ปี 3 มันชัดเจนมากว่าทางที่เราเดินมามันผิดหมด เราสับสนเหมือนคนหลงทางมากตอนนี้ ปี 4 เราต้องทำโปรเจ็คจบกับเพื่อน เราอยากหยุดมันตรงนี้แต่ปัญหามันอยู่ที่ 1. ทางบ้านบอกว่าสู้เรียนมาตั้งนานจะไม่สู้อีกหน่อยหรอ (ได้ยินแม่พูดแบบนี้เรายิ่งท้อ) 2. ถ้าเราหยุดลงแบบนี้ เพื่อนที่ทำโปรเจ็คด้วยกันจะทำกับใคร เพราะจับคู่ไว้แต่แรกแล้ว เราสับสน ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจตัวเอง เรานอนไม่ค่อยหลับ เราไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วจริงๆ ลำพังถ้าเราเกิดมาตัวคนเดียว เราจะตัดสินใจไม่ยากเลย แต่คิดแล้วคิดอีก มันก็ยังวนเวียนในหัวเหมือนเดิม ว่าถ้าเราตัดสินใจอะไรไปแล้ว คนรอบข้างเขาจะเดือดร้อนเพราะเราไหม บางครั้งเราได้แต่ถามตัวเอง ว่าเราเกิดมาทำไม ในเมื่อชีวิตเราเองยังไม่ค่อยได้ใช้ทำในสิ่งที่เราอยากทำเลย เราฟุ้งซ่านมากทุกๆวัน เราจะทำยังไงดี?
2
ปัญหาทั่วไป
ไม่มีเพื่อนสนิทแปลกไหมคะ ?
ตอนนี้ไม่มีเพื่อนสนิทเลยค่ะ (ขอบอกลักษณะนิสัยของเรานะคะ คือเราจะนิ่งกับคนที่ไม่รู้กจักค่ะแต่สามารถทำความรู้จักได้โดยไม่มีกำแพงค่ะ ร่าเริงเป็นเวลาค่ะ แหมะ!คนเรามันไม่ได้สดใสตลอดหนิเน่อะ และเราโลกส่วนตัวสูงพอตัวค่ะ) ส่วนนึง คือเท่าที่คบเพื่อนๆมาเราก็แอบคิดว่าเพราะไม่มีใครที่มีความชอบหรือลักษณะนิสัยเหมือนเราเลยค่ะ จึงไม่มีเพื่อน เช่น ไลฟ์สไตล์ ความชอบเกี่ยวกับงานอดิเรก ความคิด แนวทางด้านอาชีพในอนาคต ซึ่งความคิดนี้ทำให้เราเครียดกับตัวเองอยู่ระยะหนึ่งค่ะ ว่า .. เพราะเราเป็นพวกแปลกประหลาดหรือ จึงไม่มีเพื่อน / เพื่อนไม่เหมาะสมกับเราหรือ / หรือเราไม่ปรับตัวเข้าหาเพื่อน / ไม่แปลกเล๊ยยยยยยย ที่เราจะไม่มีเพื่อนสนิท ทุกคนมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างคะ/ข้อแนะนำ ? สำหรับหัวข้อ"เราไม่มีเพื่อนสนิทมันแปลกไหม ?" LADY K.
2
ปัญหาชีวิต
ควรจะจัดการกับความหวังที่ทางบ้านให้แบกไว้ยังไงดี?
ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ปีสุดท้ายจะจบมหาลัยแล้ว ที่บ้านเริ่มยัดเยียดหาธุรกิจมาให้ทำ เริ่มวางแผนให้ว่าอนาคตจบไปจะทำงานไหนเรียนต่ออะไร แต่คือเรารู้สึกว่าทุกอย่างมันเยอะและวุ่นวายไปหมด พ่อแม่อยากให้เราทั้ง ทำธุริกิจส่วนตัว แล้ว เรียนต่อโทยันเอก และสอบนักบิน ส่วนญาติผู้ใหญ่ก็ฝันไปไกลถึงขั้นอยากจะให้ไปต่อนอก เราเองก็ไม่ได้อยากทำให้ทุกคนผิดหวัง แต่คือเราเป็นลูกผู้หญิงคนเดียวของบ้านเราไม่สามารถทำหมดทุกอย่างให้ตามความต้องการของทุกคนได้ เพราะเราเองก็มีความฝันความต้องการของตัวเอง เราควรจะจัดการยังไงดีให้คนในบ้านผิดหวังน้อยที่สุด
2
ปัญหาชีวิต
ซึมเศร้า ...
หลังจากรวบรวมความกล้า ...ไปพบจิตแพทย์ ด้วยปัญหาความเครียดมากมาย หลายๆเรื่องเกิดขึ้นพร้อมๆกัน จนบางครั้งก็ไม่รู้จะคิด หรือแก้ปัญหาอะไรตรงไหนก่อน ... ณ ตอนนี้ เรื่องที่ทำให้เครียดมากๆ โดยเฉพาะเรื่องเรียน หมอวินิจฉัยว่า เป็นซึมเศร้าขั้นรุนแรง ... เราสารภาพว่า พยายามฆ่าตัวตายมา 2 ครั้งในรอบปีนี้ ครั้งแรก เราไปยืนที่ดาดฟ้า รพ. ส่วนลึกก็ถามว่า กลัวหรอ เคยโดดสูงกว่านี้ ก็ทำมาแล้ว (โดดร่ม) กลัวตายหรอ .... เห้ยย เราไม่เคยกลัวไรเลยนี่ว่ะ ไม่ปัญหาต้องมีทางแก้ .... พยายามแก้ปัญหา แต่มันไม่เวริค มันเต็มไปด้วยความผิดหวัง ความเสียใจ ... Please Gods, take my life!!!
2
ปัญหาชีวิต
รู้สึกว่าบางทีก็ท้อจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ มีแต่คนมองเรื่องไม่ดีของผมเล็กน้อย เป็นเรื่องใหญ่
ในขณะที่ผมทำความดี ทำสิ่งดีๆ ตอบแทนสังคมเป็นร้อยพันอย่าง แต่หลายคนก็เลือกที่มองแต่ข้อด้อยของผมที่น้อยเท่ามดบนจอ 42 นิ้วอยู่ดี ควรทำยังไงดีให้สังคมยอมรับ บางทีก็น้อยใจตัวเองอยากฆ่าตัวตาย
1
ปัญหาชีวิต
รู้สึกว่ายังมีคนมองแต่จุดด้อยของผม
ทุกวันนี้คนที่เข้าใจผมและมองในด้านดีๆ ของผมก็มี ผมขอบคุณมาก แต่ก็ยังมีบางคนเลือกที่จะมองจุดด้อยของผมแล้วใช้อคติกีดกันตัวผม แม้ว่าผมจะทำดีแค่ไหน ทำในสิ่งที่แสดงตัวตนด้านดีๆ ออกมาก็ไม่มีคนยอมรับ ผมจะทำอย่างไรดี
3
ปัญหาชีวิต
ไม่อยากใช้ชีวิตต่อแล้ว ยิ่งอยู่ยิ่งมีหนี้สินเยอะขึ้น
สวัสดีครับ ไม่อยากใช้ชีวิตต่อแล้ว ยิ่งอยู่ทุกวัน นับวันมีแต่หนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เคยคิดว่ามันจะดีขึ้น ถ้าประหยัด ใช้เงินดีๆ แต่ทุกๆวันนี้ ข้าวก็กินไม่อิ่มครบ กินข้าวเย็นวันเว้นวัน บางวัน กินแค่มื้อเดียว นอนดึก เพราะเครียดคิดเรื่องหาเงินมาใช้หนี้ แล้วทุกๆวันที่ตื่นเช้า หนี้สินที่ยังจ่ายไม่ครบมันก็ทบกันไปเรื่อยๆเยอะขึ้นไปเรื่อยๆ อยากตายแล้ว ครอบครัวจะได้มีเงินพอใช้จ่ายสักที ประหยัด อดแค่ไหนก็ไม่เคยพอสักที แล้วก็ทำอยู่คนเดียว ครอบบครัวก็มีแต่บ่นว่าไม่พอใช้ ต้องใช้หนี้ แถมหนี้ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีก เคยพูดด้วยแล้ว ทางครอบครัวก็ไม่ได้สนใจ พอจะตายก็ไม่ปล่อยให้ตายสักที เพราะไม่มีคนจะมาใช้หนี้ให้ ควรทำยังไงดีครับ ทุกวันนี้ ขอแค่ มีข้าวกินให้อิ่ม นอนให้หลับ หาเงินได้ในระดับหนึ่งก็พอแล้ว แต่ถ้าครอบครัวไม่เคยพอสักที เลยคิดว่า ถ้าตายไปแล้ว ทำประกันชีวิตไว้ ครอบครัวจะได้มีเงินสักก้อนหนึ่งมาใช้หนี้ มาไว้ตั้งตัว แอบทำประกันชีวิตไว้หลายๆที่แล้วครับ แถมอีกอย่างชีวิตนี้ ไม่มีอะไรเพื่อให้อยู่ต่อเลย ถึงปัญหาจะไม่ใช่ปัญหาเรื่องความรัก อาจจะมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่มันไม่อยากอยู่ต่อแล้วจริงๆครับ เพราะคิดว่า ถ้าอยู่ต่อ ก็คงไม่มีครอบครัว ไม่มีความรัก ไม่มีอะไรอยู่แล้ว ที่มีชีวิตอยู่ทุกวัน คือเพื่ออยู่ใช้หนี้แล้วก็ค่อยตายเฉยๆ แค่นี้ล่ะครับ
2
ปัญหาทั่วไป
ความคิดของตัวเอง
2-3อาทิตย์มานี่ชอบคิดอะไรมากๆโดยไม่อยากคิดครับ บางวันอยากอยู่เฉยๆ รับน้องแรกๆสนุก หลังๆเบื่อแบบไม่มีเหตุผลเลยครับ แล้วที่ไม่ชอบคือกลางคืนจะปวดหัวจะคิดเรื่องที่ผ่านมาและกังสลเรื่องวันข้างหน้า เป็นบ่อยเวลาอยู่คนเดียว เวลาอยู่กับเพื่อนมันก็รู้สึกดีกว่าคนเดียวนะครับ อันนี้เข้าข่าย แพนิคหรือซึมเศร้าไหมครับ ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยมันน่าหงุดหงิดมาก
2
ปัญหาชีวิต
ไม่ไหวแล้วครับ ขอกำลังใจจากเพื่อนๆหน่อยครับ
ขอเริ่มแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมเป็นพนักงานออฟฟิศที่พึ่งทำงานมาได้ปีกว่าๆ แล้วก็กำลังเรียนต่อปริญญาโทไปด้วยครับ (เรียน เสาร์ อา) ซึ่ง 1 ปีที่ผ่านมา ทั้งเรื่องงาน เรื่องเรียน ไปได้ดีมาก เหนื่อยบ้าง พักผ่อนน้อยบ้าง แต่ไม่เคยเหนื่อยใจเลยครับ เพราะเจอเพื่อนร่วมงานดี หัวหน้าที่ดี เพื่อนในคลาสเรียนก็สนุกดีครับ จนเมื่อเดือนกว่าๆที่ผ่านมา ผมลาออกจากงานเพราะต้องการความก้าวหน้า แล้วพอดีครบ 1 ปีที่ทำงานด้วยครับ เลยตัดสินใจมาอยู่ที่ใหม่ (แต่ต้องยอมดรอปเรียนไป 2 ตัว เพราะที่ใหม่ทำงานวันเสาร์ด้วยทำให้เรียนได้แค่ วันอาทิตย์วันเดียว) ตอนนั้นคิดว่า ได้เงินเดือนที่เพิ่มขึ้น ได้สวัสดิการที่ดีพร้อม แล้วก็โอกาสที่จะได้เรียนรู้งานใหม่ๆ ทำให้ผมตัดสินใจย้ายมาครับ แต่จุดเปลี่ยนมันอยู่ตรงนี้เอง พอย้ายมาทำงานที่ใหม่ ทุกๆอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่เราหวังไว้ เงินเดือนดี สวัสดิการดีก็จริง แต่ระบบงานแย่มากครับ หัวหน้าก็ดูจะไม่ชอบผม ทุกอย่างมันแย่ไปหมดเลย โอกาสงานที่เราคิดว่าจะก้าวหน้าหรือได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ แทบจะไม่มีเลย มันเป็นงานที่ผมต้องมารับความกดดันจากคนอื่น งานที่ทุกคนอยากได้ อยากให้มี แต่ไม่มีใครอยากทำ มีแต่คอยจะสั่ง สั่งโดยไม่ดูบริบทใดๆของงานนั้นทั้งสิ้น สุดท้ายงานออกมาช้า ออกมาไม่ดีเท่าไหร่ ซึ่งในระบบงาน ไม่มีการประชุม ไม่มีการพูดคุยกัน ไม่มีใครฟังใคร ในงาน 1 ชิ้น มีคนสั่งงานผม 5 คน (แต่ทุกคนไม่ใช่หัวหน้าผมเลย) ทุกคนเข้ามาหาผม มาสั่งผม จะเอากันคนละแบบ ผมก็ต้องยอมเหนื่อย ยอมทำให้ บางทีคนที่สั่งงานผม ไปรับข้อมูลมาผิดพลาด ก็มาโทษคนทำงานแบบผมอีก หัวหน้าก็ไม่เคยจะปกป้องผมเลย บางทีโดนเขาว่ากลับมาทั้งๆที่เราไม่ผิดด้วยซ้ำ ผมเหมือนตัวอะไรก็ไม่รู้ในบริษัท ต้องมาเช็ด ต้องมาล้างในสิ่งที่คนอื่นทำผิดตลอด ต้องมารับแรงกดดัน ต้องมาโดนด่า ทั้งๆที่บางทีไม่ใช่ความผิดผม (บางวันหัวหน้าโมโหเรื่องอื่นมา ก็มาระบายกับผม เช่น เปิดประตู โยนเอกสารมาที่โต๊ะผมแรงๆบ้าง พูดจาแรงๆใส่ผมก็มี) ตั้งแต่มาทำงานที่นี่ สุขภาพจิตผมพังมาก บางคืนนอนไม่หลับเพราะเครียดเรื่องงาน แถมต้องมาทนรถติด เพราะที่ทำงานก็อยู่ไกลบ้านอีก จนตอนนี้ผมกลับมาคิดว่า ในสิ่งที่ผมลงแรง ผมให้ใจไป สิ่งที่ผมอดทน มันกลับไม่คุ้มค่ากับที่ผมต้องมาดรอปเรียนไป 2 ตัว ทุกๆอย่างในที่ทำงาน ทำผมเครียดมาก สิ่งที่เครียดมันไม่ได้เกี่ยวกับเนื้องานเลย มันเครียดกับความกดดันที่เราได้รับมาจากคนอื่นๆ มันทำให้ความคิดอยากที่จะลาออกเพิ่มมากขึ้น อยากกลับไปหางานที่ทำแค่ จ-ศ (จะได้เอาเวลา เสา อา ไปเรียนให้มันจบๆ) แต่ผมก็ยังตัดสินใจไม่ได้เลยครับ กลัวว่าจะเสียประวัติการทำงานรึเปล่า? เพราะมาทำได้แปปเดียวก็ออกแล้ว ตอนนี้เลยเครียดมากครับ ไม่รู้จะไปทางไหนดี พูดตรงๆเลยว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกตัดสินใจผิดเอง ที่เลิอกมาทำงานที่นี่ครับ สุดท้ายขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ ผมเล่ามาซะยาวเลย ถ้าใครมีคำแนะนำดีดี บอกได้เลยนะครับ ยินดีรับฟังทุกความเห็นครับ ขอบคุณจริงๆครับ :)
2
ปัญหาทั่วไป
พอยิ่งแก่ยิ่งหาเพื่อนสนิทยาก เปลี่ยนจากตอนมหาลัยมัธยมเยอะเลยครับ
เพื่อนๆทะยอยหายตัวไปทำงาน กลายเป็นที่หลงเหลืออยู่ก็คือตัวเราเองกับเพื่อนสนิทที่เจอกันยากมาก รู้สึกโลกนี้เหงาขึ้นเยอะเลยครับ รู้สึกแปลกๆไรไม่รู้ครับ ทั้งๆที่เราก็เหมือนเดิม แต่ดูเหมือนทุกคนเปลี่ยนไป
5
ปัญหาด้านการงาน
ยิ่งเพื่อนร่วมงานชมเราว่าเก่ง เรายิ่งรู้สึกแย่
เราเป็นพนักงานออฟฟิซทั่วไป มีเพื่อนร่วมงานที่อายุใกล้ได้เวลาเกษียณ (เหลือกันคนละ3-5ปี) ทำกันอยู่ 3 คน เพื่อนร่วมงานคอยชมเสมอว่าเราเก่ง ทำได้ทุกอย่าง มีอะไรก็ช่วยได้ แต่เรารู้สึกแย่ เหมือนเราแบกภาระนี้ไว้คนเดียว เราก็คิดนะว่าพวกพี่ๆ ก็คงเหนื่อยกับงานมามากแล้วและไปตามกระแสที่เปลี่ยนแปลงไม่ไหว หมดวัยจะเรียนรู้ (หมายถึงทางด้านวิธีการทำงานที่มีระบบต่างๆ มาเกี่ยวข้อง รวมถึงการประเมินผลงานที่เปลี่ยนไปตามนโยบายหน่วยงาน) แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนผลักภาระให้เราด้วย รู้สึกเหมือนพวกเขาพร้อมจะโยนงานมาให้เราได้ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่เราก็มีงานค้างที่ยังไม่เสร็จ เราอยากให้เขายังสู้ต่อไปจนกว่าจะเกษียณตัวเองได้มั้ย จนถึงเวลานั้นเราก็พร้อมจะรับทุกๆ อย่างมาให้ แต่พอเราพยายามให้กำลังใจพวกพี่ๆ เขาก็บอกว่า ใจมันไม่ไหวแล้ว, เราจะทำไงกับตัวเองดี เราพยายามคิดในแง่ดีต่างๆ คิดแบบหลงตัวเอง คิดมันให้ตัวเองบวกเข้าไว้ แต่สุดท้ายแล้วพอได้ยินประโยคแบบนั้นก็กลับมาเฟลอีก เฮ้อ... ทำไงดี?
3
ปัญหาทั่วไป
เป็นเกย์ แต่ครอบครัวไม่รู้ ทำยังไงดีครับ
ไม่แน่ใจว่าควรจะบอกครอบครัวไหม ทำยังไงดีอะครับ ใจจริงก็อยากให้ครอบครัวเข้าใจสิ่งที่เป็นเรา ผมเป็นพี่คนโตด้วย กลัวครอบครัวรับไม่ได้ เพื่อนๆที่เคยบอกครอบครัวแล้ว ช่วยมาแชร์ทริคหรือคำแนะนำอะไรหน่อยได้ไหมครับ
4
ปัญหาด้านการงาน
สวัสดีครับ
ช่วงนี้ผมบริหารเวลาตัวเองในการทำงานไม่ได้เลย รู้สึกปวดหัวมากๆครับ