ปัญหาด้านการงาน

ปัญหาด้านการงาน

ปัญหาทั้งหมด (179)
ปัญหาทั่วไป (44)
ปัญหาการตัดสินใจในชีวิต (55)
ปัญหาด้านการงาน (9)
ปัญหาสุขภาพ (3)
ปัญหาการเรียน (12)
ปัญหาครอบครัว (17)
ปัญหาความรัก (39)
ปัญหากลุ่มคนรักร่วมเพศ (LGBT) (0)
ปัญหาด้านการงาน
รู้สึกไม่มีคุณค่าในการทำงานครับ
ก็จริง ๆ มันคงเป็นปัญหาทั่ว ๆ ไปนะครับ แต่คือ ผมรู้สึกไม่ค่อยมีคุณค่าในการทำงานเลย คือตอนนี้ผมกำลังเรียนมหาลัย และผมก็อาสาเป็นเหรัญญิกประจำเอก ทำงานเกี่ยวข้องกับการเงินแหละครับ คือจริง ๆ ผมก็ไม่ได้ชอบเกี่ยวกับการเงินเท่าไร แต่ตอนนั้นอยากจะลองทำหน้าที่นี้เพราะอยากลองดู ผมก็เป็นมาได้ 4-5 เดือนละ ค่อนข้างราบรื่น มีสะดุดบ้างเป็นธรรมดา ก็ผ่านไปด้วยดี แต่คือช่วงนี้ผมเบื่อมาก ๆ กับการทำหน้าที่นี้ ไม่แน่ใจนะครับว่าเพราะอะไร แต่ผมรู้สึกเบื่อความอึดอัด ที่จะต้องทำงานกับเพื่อนที่ไม่ค่อยสนิท หรือเข้ากันไม่ค่อยได้ ถ้าจะให้หนักที่สุด ก็ทำงานร่วมกับคนที่มองหน้ากันไม่ติด (คือผมไม่ได้ติดใจอะไร แต่เขาป็นยังไงผมก็ไม่รู้นะ) ก็นั่นแหละ ก็เป็นความอึดอัดที่ผมรู้สึกอยู่ตลอดช่วงนี้ คือ จริง ๆ ผมก็รู้นะครับว่า งานทุกอย่างย่อมมีปัญหาอยู่แล้ว และผ่านปัญหามาหลายอย่างเหมือนกัน ซึ่งมันก็ดีนะ มันได้ฝึกหลาย ๆ อย่าง ทั้งเรื่องการแก้และเผชิญกับปัญหาอย่างมีสติ ถึงจะไม่ได้เพอร์เฟกต์ก็เถอะ แต่เอาจริง ๆ นะ ผมรู้สึกว่างานแบบนี้ไม่ตอบโจทย์ผมเลยว่ะ ผมก็พัฒนาการทำงานของผมเรื่อย ๆ นะ ตั้งกฏอะไร วางแผนกาทำงานให้เป็นระบบที่สุดเท่าที่ความรู้และความสามารถของผมมี แต่ผมรู้สึกไม่อยากไปต่อแล้ว ผมรู้สึกว่าไม่รู้จะทำต่อไปทำไม ไม่รู้จะทำเพื่อคนอื่นที่เขาไม่ได้มีความสำคัญกับผมไปทำไม ทำไปแล้วก็ไม่ได้รับผลตอบแทนที่มีคุ้มค่าเท่าไรนัก มันคงดูเห็นแก่ตัว แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ ตอนนี้ผมก็ลองพิจารณาดูรอบด้านแล้ว ที่ผมคิดในตอนนี้ก็คือ ออกจากงานที่ทำอยู่ดีกว่ามั้ย เพราะถ้าสิ่งที่เราทำอยู่ มันมีความขัดแย้งกับความทุกข์ในจิตใจ เราก็ไม่ควรจะฝืนใช่มั้ยครับ หรือคนอื่นมีมุมมองยังไงกันบ้างครับ
ปัญหาด้านการงาน
ขอกำลังใจด้วยค่ะ
วันนี้ขอระบาย 1 วัน คุณหมอ=หัวหน้ากลุ่มงาน วันนึง คุณหมอไม่เคยได้มาจับงานจริงๆ จังๆ เราวางแผนการทำงานเขียนภาระงานไว้ เขียนแผนงาน ที่จะทำในอนาคต จู่ๆ คุณหมอก็เปลี่ยนทั้งหมด เพราะคุณหมอไม่พอใจอะไรสักอย่างในตัวเราและแฟนเรา เลยคิดว่าดังนี้ 1. คุณหมอเห็นว่าเราเอาลูกไว้ที่ทำงาน เอาลูกมาขึ้นเวร ที่ทำอย่างนั้น เพราะเราไม่มีใครเลยจริงๆ ต้องทำแบบนี้ และเคยขอออฟเวรแล้ว แต่หน.งาน บอกว่า มันพอช่วยกันได้ และที่ผ่านมา ก็มีคนบางคนเอาหลานตัวเองมาเลี้ยง ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร..เขาเคยแจ้งคุณหมอเรื่องนี้หรือไม่ 2. คุณหมอเห็นแต่เล่นเฟซ ฟังคนอื่นว่าไม่ทำงานอะไร แต่คุณหมอเคยถามไหมว่า ไม่มีงานหรอ ถึงได้เล่น ..แต่ความจริงคือมันคือเวลาพัก 3. คุณหมอเอาพยายามผลักดันเรื่องการจ่ายยาสมุนไพรไปให้วิชาชีพอื่น คุณหมอทราบหรือไม่ ว่าขณะนี้วิชาชีพนี้กำลังต่อสู้และผลักดันให้เห็นถึงความสำคัญของการจ่ายยาสมุนไพรโดยคนที่จบมาจริงๆ 4. คุณหมอยกให้น้องที่รับมาเป็นผช. มาออกตรวจโดยที่คุณหมอ ไม่เคยดูฝีมือ จริงอยู่ว่าเขาเก่ง แต่คุณหมอเคยพูดเสมอ ว่าต้องสอบในฐานะ แพทย์แผนไทยเท่านั้น ..คุณหมอลืมคำๆนี้ของตัวเอง 5. คุณหมอ มีความคิดที่จะตัดลูกน้องออกไปข้างนอก หนูเคยผิดหวังที่คุณหมอลงโทษ พี่คนนั้นด้วยการส่งไปอยู่หน่วยงานอื่น แต่หนูก็เข้าใจ เพราะพี่เขาด่าว่าคุณหมอจริงๆ ... แต่ก่อนหน้านั้นหนูไม่เคย หนูมีแต่ชื่นชมคุณหมอที่คุณหมอใจเย็นขึ้น ไม่ใช่แบบที่ใครๆเขาว่าคุณหมอ ที่คุณหมอสนใจการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ...พอครั้งนี้คุณหมอต้องการให้หนูกับแฟนออก หนูเสียใจจริงๆค่ะ 6. ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่คุณหมอให้ไปประชุมแทน กลับบ้านหกโมง ไม่ได้เงินเพิ่ม ทำงานโต้รุ่ง ไม่ได้เงินเพิ่ม ไม่เคยคิดเสียใจ ไม่เคยคิดว่าคุณหมอเอาเวลาราชการไปอยู่ที่ไหน ทำแทนเพราะคุณหมอมีเมตตาช่วยเหลือหนูตอนหนูมีปัญหา ..แต่ทุกวันนี้คุณหมอ ทำเหมือนหนูไปทำอะไรผิดร้ายแรงมา ทำไมคุณหมอไม่เรียกไปคุยส่วนตัวตรงๆ 7. คุณหมอบอกว่า นวดไม่จำเป็นต้องประคบ นวดไม่มีเส้นพื้นฐาน นวดจากที่คุณหมอเรียนมา มันนวดครั้งเดียวหาย ..ถ้าอย่างนั้นมันดี ปลอดภัย ได้มาตรฐาน กรมฯ คงเชิญให้เป็นวิมยากร แล้ว และคงบรรจุเป็นหลักสูตรให้ทุกสถาบันเรียน 8.วันนี้มีประชุมและเกษียนหนังสือให้หนูและสามีเข้าประชุมแทน ตามคำสั่งให้เข้าตั้งแต่ 9.00 แต่วันนี้มีออกตรวจที่ opd1 และ opd2 คุณหมอโกรธที่ไปแจ้ง อินชาร์จ หนูได้แจ้งอินชาจเพราะโดยทั่วไปมีหน้าที่ในการบริหารจัดการ แต่ละอย่างไม่ใช่หรอคะ หนูทำอะไรผิดคะ ทำไมคุณหมอต้องโกรธ คนที่บอกเค้าไปพูดว่ายังไงคะ ให้หนูแลกกันเอง ทำไมคุณหมอไม่บอกแต่แรก 9.หนูรักและเคารพคุณหมอ ในฐานะผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณ แต่คุณหมอทำแบบนี้ หนูเสียใจเลยเกิน 10 หนูกำลังจะสอบแพทย์ หวังว่าจะมาพัฒนางานแผนไทยที่นี่ แต่หนูคงมาไม่ได้ เพราะคุณหมอ ไม่ต้องการให้อยู่ที่นี่ หนูหวังว่า จะเอาข้อความนี้ให้คุณหมออ่าน หลังจาดที่หนูไปแล้ว
ปัญหาด้านการงาน
ไม่รู้ว่าอยากทำงานอะไร
ฉันอายุ 30 ปีแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำงานอะไร หาแรงบันดาลใจไม่เจอ ทุกวันนี้มีอาการทำให้งานให้หมดไปวัน ๆ หนึ่ง
ปัญหาด้านการงาน
ขี้น้อยใจเกินไปทำไงดี
อายุก็ไม่ได้เด็กอะไรขนาดนั้น ทำไมถึงได้ขี้น้อยใจนักนะเรา แค่เรื่องเล็กบางเรื่องที่รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมก็ทำให้เราร้องไห้ได้ ทำไมอ่อนแอจัง ตัวอย่างเช่น หัวหน้าไปเที่ยวแล้วมีของฝากให้ลูกน้องคนอื่น แต่ไม่มีฝากเราทั้งที่ทีมก็มีกันแค่ 4 คน หัวหน้าหนึ่งลูกน้องสาม ไปกินข้าวกัน บางครั้งก็ไปกันโดยไม่ได้ชวนเรา ไม่ได้ตีโพยตีพายไปนะคะ แค่บางทีเก็บมาคิดน้อยใจ และร้องไห้ง่ายมาก ๆ กับเรื่องพวกนี้ พอมีวิธีแนะนำเกี่ยวกับการจัดการความรู้สึกแบบนี้กันบ้างมั้ยค่ะ หากมีจะขอบคุณเป็นอย่างสูงค่ะ เพราะรู้สึกว่าการที่เราเซนซิทิฟเกินไปมันทำให้เราใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก
ปัญหาด้านการงาน
เป็นคนทำงานไม่ดี
สวัสดีครับ จริง ๆ อันนี้เป็นปัญหาที่ผมเป็นมานานแล้ว แต่ก็ไม่เคยแก้จุดนี้ได้ มันเคยเกิดปัญหาขึ้นจนมันแก้ไม่ได้ ทำให้โดนต่อว่าและโดนคนเมินอยู่สักพัก ไม่ได้รับการไว้วางใจจากฝ่ายตรงข้ามเลย ผมคิดว่าเป็นคนจริงจังกับทุกงาน แต่ก็ทำงานได้ด้อยกว่าคนที่สบาย ๆ กว่าที่ไม่ได้จริงจังอะไร ผมเองก็รู้ตัวว่าเป็นคนคิดมาก ขี้กังวล อยากจะทำงานออกมาให้ดีที่สุด แต่ก็ไม่ได้ดีอย่างที่คาดเอาไว้ มันทำให้ผมเครียดจนแอบไปร้องไห้เลยด้วยซ้ำ พ่อแม่ก็เอาแต่บอกว่าสบาย ๆ เข้าไว้ โดยที่ไมรู้เลยว่าผมกดดันขนาดไหนเวลาทำงาน เพราะผมแค่อยากจะให้การทำงานของผมดีขึ้นมันก็แค่นั้นเอง ผมแค่อยกจะทำมันให้ดีขึ้นมันก็แค่นั้นเอง ช่วยแนะนำหน่อยสิครับว่าเราควรจะทำยังไงกับตัวเราดี
ปัญหาด้านการงาน
ยิ่งเพื่อนร่วมงานชมเราว่าเก่ง เรายิ่งรู้สึกแย่
เราเป็นพนักงานออฟฟิซทั่วไป มีเพื่อนร่วมงานที่อายุใกล้ได้เวลาเกษียณ (เหลือกันคนละ3-5ปี) ทำกันอยู่ 3 คน เพื่อนร่วมงานคอยชมเสมอว่าเราเก่ง ทำได้ทุกอย่าง มีอะไรก็ช่วยได้ แต่เรารู้สึกแย่ เหมือนเราแบกภาระนี้ไว้คนเดียว เราก็คิดนะว่าพวกพี่ๆ ก็คงเหนื่อยกับงานมามากแล้วและไปตามกระแสที่เปลี่ยนแปลงไม่ไหว หมดวัยจะเรียนรู้ (หมายถึงทางด้านวิธีการทำงานที่มีระบบต่างๆ มาเกี่ยวข้อง รวมถึงการประเมินผลงานที่เปลี่ยนไปตามนโยบายหน่วยงาน) แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนผลักภาระให้เราด้วย รู้สึกเหมือนพวกเขาพร้อมจะโยนงานมาให้เราได้ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่เราก็มีงานค้างที่ยังไม่เสร็จ เราอยากให้เขายังสู้ต่อไปจนกว่าจะเกษียณตัวเองได้มั้ย จนถึงเวลานั้นเราก็พร้อมจะรับทุกๆ อย่างมาให้ แต่พอเราพยายามให้กำลังใจพวกพี่ๆ เขาก็บอกว่า ใจมันไม่ไหวแล้ว, เราจะทำไงกับตัวเองดี เราพยายามคิดในแง่ดีต่างๆ คิดแบบหลงตัวเอง คิดมันให้ตัวเองบวกเข้าไว้ แต่สุดท้ายแล้วพอได้ยินประโยคแบบนั้นก็กลับมาเฟลอีก เฮ้อ... ทำไงดี?
ปัญหาด้านการงาน
สวัสดีครับ
ช่วงนี้ผมบริหารเวลาตัวเองในการทำงานไม่ได้เลย รู้สึกปวดหัวมากๆครับ
ปัญหาด้านการงาน
แก้ปัญหา ภาวะงานล้นมือ
มีคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย ที่ต้องประสบกับปัญหา เพราะไม่มีงานทำ แต่เรากลับต่างออกไป เพราะเรามีงานให้ทำจนล้นมือ และในหลายๆ ครั้ง มันก้ไปเบียดเบียนเวลานอนและเวลาออกกำลังกาย ทำให้ชีวิตของเราไม่ค่อยจะสมดุลนัก วันนี้ก็เลยอยากจะถามเพื่อนๆ ในมุมมองว่า ถ้าคุณมีงานล้นมือ คุณจะแก้ไขปัญหานี้ยังไงดี เราเองก็แก้ไม่ตก เพราะเวลาก็จำกัดอยู่ที่วันละ 24 ชั่วโมงเท่านั้น ถ้าจะปฏิเสธงาน ก็คงสูญเสียรายได้ไปส่วนหนึ่ง แต่ถ้าทำหนักแบบนี้ต่อไป ก็ต้องแลกมาด้วยสุขภาพ เรายังเคยคิดเล่นๆ เลยว่า ถ้าหากว่าเราทำไม่ทันจริงๆ เราควรจะไปจ้างคนอื่นให้มาทำแทนเรา แบบนี้จะดีรึเปล่า เพราะถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง คนจ้างงานเขาไว้ใจฝีมือเรา เลยส่งงานทุกชิ้นมาให้ แต่ถ้าเราโยนภาระนี้ให้กับคนอื่น มันก็เท่ากับว่า เราไม่ได้ทำตามสัญญา เราควรทำยังไงดี
ปัญหาด้านการงาน
เจ้านายไม่จ่ายเงินเดือนของเดือนที่แล้ว
เราเป็นฟรีแลนซ์ ทำงานเขียนบทความให้กับเอเจนซี่ ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็จ่ายเงินเดือนเรามาตลอด แรกๆ ก็จ่ายตรงเวลา ทุกต้นเดือน พอทำไปทำมาก็เริ่มเลื่อนมาจากกลางเดือน จนสุดท้ายมาจ่ายสิ้นเดือน เห็นเขาบอกว่ายังเบิกเงินกันลูกค้าไม่ได้ แต่ล่าสุด เดือนกุมภาที่ผ่านมา ยังไม่จ่ายเงินเราเลย แถมยังใช้งานหนักกว่าเก่า ทำงานจนเกือบถึงเช้า บอกว่าเดี่ยวจะให้โบนัสเพิ่มด้วย กลายเป็นว่าตอนนี้หายเงียบ ติดต่อไปล่าสุดบอกว่าเอกสารผิดพลาด ต้องส่งงานให้ลูกค้าใหม่ แล้วก็ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย เราก็อึ้งๆ แต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากรอ และหางานใหม่ ที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินตรงตามสัญญา
ปัญหาด้านการงาน
ทำงาน โดนโกง จนไม่กล้ารับงานใหม่
เรามีอาชีพเขียนเรื่องสั้นให้นิตยสารต่าง ๆ ที่ไหนใหญ่จริง ๆ รอค่าเรื่องข้ามปีก็ไม่แปลก เพียงแต่รู้แน่ว่าเรื่องตีพิมพ์เมื่อไหร่และจะได้ค่าเรื่องเมื่อไหร่ ต่อมาเราส่งเรื่องลี้ลับไปนิตยสารแห่งหนึ่ง ส่งไปตั้งแต่ ก.ค. ปี 59 ได้รับแจ้งว่าผ่านการพิจารณาและจะได้ตีพิมพ์เดือน พ..ย. ปี 59 เราถามว่าจะได้ค่าเรื่องเมื่อไหร่ ทางนิตยสารก็บอกว่าหลังจากตีพิมพ์แล้ว เราก็รอค่ะ รอตั้งแต่ ก.ค. จน ธ.ค. ไม่เห็นมีการติดต่อขอเลขที่บัญชีเรา เราเลยถามไป ปรากฎว่าไม่มีการตอบกลับใด ๆ เราก็ถามไปอีก ถามอีก ถามจนเขาตอบมาในเดือน ม.ค. ว่าขอชื่อที่อยู่ นามปากกา ชื่อเรื่องที่เขียนหน่อยจะตามให้ เราก็ให้ไปค่ะ แล้วเขาก็บอกว่าเรื่องของเราจะได้ตีพิมพ์เดือน ก.พ. ปี 60 นะ เอ๊ะ! อ้าว! ตกลงไม่ใช่ พ.ย. 59 เหรอ รอต่อไปค่ะ จนสิ้นเดือน ก.พ. ปี 60 ถามไปก็เงียบค่ะ ถามจี้เรื่อย ๆ ตอบกลับมาว่าจะตามให้ ขอชื่อที่อยู่ชื่อเรื่องนามปากกาหน่อย มาแบบเดิมเปะ เอ้า! เราก็ให้ไปอีก...แล้วหายยาวเลยค่ะ.... เพื่อน ๆ บอกให้ทวงจี้ ทวงจิก อย่ายอมแพ้ แต่คือเราทวงจนเบื่อตัวเองแล้ว ตอนนี้เรากิดอาการไม่กล้ารับงาน เพราะกลัวไม่ได้ค่าเรื่องไปเลยค่ะ
ปัญหาด้านการงาน
ผมกำลังจะลาออกจากที่ทำงาน
ผมมีปัญหาด้านสุขภาพมากมาย จนตอนนี้แบบแทบจะเป็นลมเพราะไขกระดูกทับเส้นประสาทครับ แต่ที่ทำงานผม ก็มีความรับผิดชอบ ซึ่งตำแหน่งผมมีผมทำคนเดียว เพื่อนๆผมจะได้รับผลกระทบแน่นนอน ผมควรทำอย่างไรดีครับ
แจ้งปัญหา