สังคมแห่งความเข้าใจ แหล่งระบายปัญหาที่ทุกคนเห็นใจซึ่งกันและกัน
สมาชิกทั้งหมด
0
ปัญหาทั้งหมด
0
มุมมองทั้งหมด
0

ปัญหามาใหม่ล่าสุด

รู้สึกไม่มีคุณค่าในการทำงานครับ
ก็จริง ๆ มันคงเป็นปัญหาทั่ว ๆ ไปนะครับ แต่คือ ผมรู้สึกไม่ค่อยมีคุณค่าในการทำงานเลย คือตอนนี้ผมกำลังเรียนมหาลัย และผมก็อาสาเป็นเหรัญญิกประจำเอก ทำงานเกี่ยวข้องกับการเงินแหละครับ คือจริง ๆ ผมก็ไม่ได้ชอบเกี่ยวกับการเงินเท่าไร แต่ตอนนั้นอยากจะลองทำหน้าที่นี้เพราะอยากลองดู ผมก็เป็นมาได้ 4-5 เดือนละ ค่อนข้างราบรื่น มีสะดุดบ้างเป็นธรรมดา ก็ผ่านไปด้วยดี แต่คือช่วงนี้ผมเบื่อมาก ๆ กับการทำหน้าที่นี้ ไม่แน่ใจนะครับว่าเพราะอะไร แต่ผมรู้สึกเบื่อความอึดอัด ที่จะต้องทำงานกับเพื่อนที่ไม่ค่อยสนิท หรือเข้ากันไม่ค่อยได้ ถ้าจะให้หนักที่สุด ก็ทำงานร่วมกับคนที่มองหน้ากันไม่ติด (คือผมไม่ได้ติดใจอะไร แต่เขาป็นยังไงผมก็ไม่รู้นะ) ก็นั่นแหละ ก็เป็นความอึดอัดที่ผมรู้สึกอยู่ตลอดช่วงนี้ คือ จริง ๆ ผมก็รู้นะครับว่า งานทุกอย่างย่อมมีปัญหาอยู่แล้ว และผ่านปัญหามาหลายอย่างเหมือนกัน ซึ่งมันก็ดีนะ มันได้ฝึกหลาย ๆ อย่าง ทั้งเรื่องการแก้และเผชิญกับปัญหาอย่างมีสติ ถึงจะไม่ได้เพอร์เฟกต์ก็เถอะ แต่เอาจริง ๆ นะ ผมรู้สึกว่างานแบบนี้ไม่ตอบโจทย์ผมเลยว่ะ ผมก็พัฒนาการทำงานของผมเรื่อย ๆ นะ ตั้งกฏอะไร วางแผนกาทำงานให้เป็นระบบที่สุดเท่าที่ความรู้และความสามารถของผมมี แต่ผมรู้สึกไม่อยากไปต่อแล้ว ผมรู้สึกว่าไม่รู้จะทำต่อไปทำไม ไม่รู้จะทำเพื่อคนอื่นที่เขาไม่ได้มีความสำคัญกับผมไปทำไม ทำไปแล้วก็ไม่ได้รับผลตอบแทนที่มีคุ้มค่าเท่าไรนัก มันคงดูเห็นแก่ตัว แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ ตอนนี้ผมก็ลองพิจารณาดูรอบด้านแล้ว ที่ผมคิดในตอนนี้ก็คือ ออกจากงานที่ทำอยู่ดีกว่ามั้ย เพราะถ้าสิ่งที่เราทำอยู่ มันมีความขัดแย้งกับความทุกข์ในจิตใจ เราก็ไม่ควรจะฝืนใช่มั้ยครับ หรือคนอื่นมีมุมมองยังไงกันบ้างครับ
ขอกำลังใจด้วยค่ะ
วันนี้ขอระบาย 1 วัน คุณหมอ=หัวหน้ากลุ่มงาน วันนึง คุณหมอไม่เคยได้มาจับงานจริงๆ จังๆ เราวางแผนการทำงานเขียนภาระงานไว้ เขียนแผนงาน ที่จะทำในอนาคต จู่ๆ คุณหมอก็เปลี่ยนทั้งหมด เพราะคุณหมอไม่พอใจอะไรสักอย่างในตัวเราและแฟนเรา เลยคิดว่าดังนี้ 1. คุณหมอเห็นว่าเราเอาลูกไว้ที่ทำงาน เอาลูกมาขึ้นเวร ที่ทำอย่างนั้น เพราะเราไม่มีใครเลยจริงๆ ต้องทำแบบนี้ และเคยขอออฟเวรแล้ว แต่หน.งาน บอกว่า มันพอช่วยกันได้ และที่ผ่านมา ก็มีคนบางคนเอาหลานตัวเองมาเลี้ยง ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร..เขาเคยแจ้งคุณหมอเรื่องนี้หรือไม่ 2. คุณหมอเห็นแต่เล่นเฟซ ฟังคนอื่นว่าไม่ทำงานอะไร แต่คุณหมอเคยถามไหมว่า ไม่มีงานหรอ ถึงได้เล่น ..แต่ความจริงคือมันคือเวลาพัก 3. คุณหมอเอาพยายามผลักดันเรื่องการจ่ายยาสมุนไพรไปให้วิชาชีพอื่น คุณหมอทราบหรือไม่ ว่าขณะนี้วิชาชีพนี้กำลังต่อสู้และผลักดันให้เห็นถึงความสำคัญของการจ่ายยาสมุนไพรโดยคนที่จบมาจริงๆ 4. คุณหมอยกให้น้องที่รับมาเป็นผช. มาออกตรวจโดยที่คุณหมอ ไม่เคยดูฝีมือ จริงอยู่ว่าเขาเก่ง แต่คุณหมอเคยพูดเสมอ ว่าต้องสอบในฐานะ แพทย์แผนไทยเท่านั้น ..คุณหมอลืมคำๆนี้ของตัวเอง 5. คุณหมอ มีความคิดที่จะตัดลูกน้องออกไปข้างนอก หนูเคยผิดหวังที่คุณหมอลงโทษ พี่คนนั้นด้วยการส่งไปอยู่หน่วยงานอื่น แต่หนูก็เข้าใจ เพราะพี่เขาด่าว่าคุณหมอจริงๆ ... แต่ก่อนหน้านั้นหนูไม่เคย หนูมีแต่ชื่นชมคุณหมอที่คุณหมอใจเย็นขึ้น ไม่ใช่แบบที่ใครๆเขาว่าคุณหมอ ที่คุณหมอสนใจการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ...พอครั้งนี้คุณหมอต้องการให้หนูกับแฟนออก หนูเสียใจจริงๆค่ะ 6. ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่คุณหมอให้ไปประชุมแทน กลับบ้านหกโมง ไม่ได้เงินเพิ่ม ทำงานโต้รุ่ง ไม่ได้เงินเพิ่ม ไม่เคยคิดเสียใจ ไม่เคยคิดว่าคุณหมอเอาเวลาราชการไปอยู่ที่ไหน ทำแทนเพราะคุณหมอมีเมตตาช่วยเหลือหนูตอนหนูมีปัญหา ..แต่ทุกวันนี้คุณหมอ ทำเหมือนหนูไปทำอะไรผิดร้ายแรงมา ทำไมคุณหมอไม่เรียกไปคุยส่วนตัวตรงๆ 7. คุณหมอบอกว่า นวดไม่จำเป็นต้องประคบ นวดไม่มีเส้นพื้นฐาน นวดจากที่คุณหมอเรียนมา มันนวดครั้งเดียวหาย ..ถ้าอย่างนั้นมันดี ปลอดภัย ได้มาตรฐาน กรมฯ คงเชิญให้เป็นวิมยากร แล้ว และคงบรรจุเป็นหลักสูตรให้ทุกสถาบันเรียน 8.วันนี้มีประชุมและเกษียนหนังสือให้หนูและสามีเข้าประชุมแทน ตามคำสั่งให้เข้าตั้งแต่ 9.00 แต่วันนี้มีออกตรวจที่ opd1 และ opd2 คุณหมอโกรธที่ไปแจ้ง อินชาร์จ หนูได้แจ้งอินชาจเพราะโดยทั่วไปมีหน้าที่ในการบริหารจัดการ แต่ละอย่างไม่ใช่หรอคะ หนูทำอะไรผิดคะ ทำไมคุณหมอต้องโกรธ คนที่บอกเค้าไปพูดว่ายังไงคะ ให้หนูแลกกันเอง ทำไมคุณหมอไม่บอกแต่แรก 9.หนูรักและเคารพคุณหมอ ในฐานะผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณ แต่คุณหมอทำแบบนี้ หนูเสียใจเลยเกิน 10 หนูกำลังจะสอบแพทย์ หวังว่าจะมาพัฒนางานแผนไทยที่นี่ แต่หนูคงมาไม่ได้ เพราะคุณหมอ ไม่ต้องการให้อยู่ที่นี่ หนูหวังว่า จะเอาข้อความนี้ให้คุณหมออ่าน หลังจาดที่หนูไปแล้ว
ไม่อยากเรียนแล้ว เหนื่อย
เราไม่อยากเรียนแล้ว เราเหนื่อยมากเลย เจอคนไม่เห็นหัว พูดไม่สนใจความรู้สึกเราเลย เราเงียบมาตลอด เรายอมมาตลอด เราทำงานรร.เหนื่อยตากแดด ทั้งวัน ขับรถไปซื้อของนู้นนี้ ก็ใช่ตังเรา เหนื่อยมากเลย ไม่อยากทำอะไรแล้ว มันเหนื่อยจนไม่รู้จะเหนื่อยยังไงแล้ว เหนื่อยมากเลย
อยู่เพื่ออะไร
เรามีความรู้สึกว่าเราอยู่เพื่ออะไรกันแน่ อยู่เพื่อที่จะมีความสุขงั้นหรอ ในชีวิตเรามีความสุขนะแต่ต่อให้มีความสุขมากแค่ไหนเราก็รู้สึกว่าไม่อยากที่จะมีชีวิตต่อไป เราคิดว่าบ้างที่ถ้าเราตายไปเราอาจจะมีความสุขมากกว่านี้ก็ได้คนอื่นอาจจะสบายและมีความสุขมากกว่าตอนที่มีเราก็ได้ เราเป็นคนมีความฝันนะเราวางแผนอนาคตตัวเองไว้หมดทุกอย่าง แต่พอมาเอาเข้าจริงเราเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าถ้าเราทำตามความฝันของเรามันจะทำให้แม่เราสบายในอนาคตจริงหรอ สู้เราตายไปตอนนี้ซะรายจ่ายในบ้านก็จะได้น้อยลงแม่จะได้เครียดน้อยลงแม่จะได้มีเงินส่งให้พี่เรียนโดยไม่ต้องคิดมากว่าเงินจะพอไม ยังไงถ้าไม่มีเราแม่เราก็ยังมีพี่เราที่คอยดูแลอยู่แล้วในอนาคต ในอนาคตถ้าพี่เราเรียนจบยังไงแม่ก็มีพี่ที่คอยดูแลอยู่แล้ว แล้วเราจะอยู่ไปเพื่ออะไรหรออยู่เพื่อเป็นภาระให้แม่ต่อไปทำไม....
ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตไปเพื่ออะไร ในเมื่อไม่มีใครสนใจความรู้สึก
ตามหัวข้อนะคะ ทุกวันนี้เรารู้สึกแน่กับชีวิตมาก ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากเรียน ไม่อยากกินข้าว ไม่อยากตื่น หลายเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกแบบนี้ ทั้ง ครอบครัว เพื่อน งาน กิจกรรมรร. ละอีกหลายอย่าง (ครอบครัว) เราโดนกักขังจากพ่อแม่โดยไม่ให้เราไปไหนเลย ทั้งๆที่เราอยู่ม.5จะม.6แล้ว เราเบื่อ เราเครียด เขาห้ามให้เราไปดูคอนเสิตร์(พิมพ์ผิดขออภัยนะคะ) แต่เขากับหนีไป ทั้งๆที่เขาห้ามเรา เขาไม่สนใจความรู้สึกเราเลย ไม่เคยเข้าใจเราเลย ไม่เคยสนในในสิ่งที่เราพูด ไม่เคยทำสัญญาที่เคยพูดไว้กับเราได้เลย แล้วก็จะคำพูดตัวเองไม่ได้เลย เขาไม่เคยใส่ใจเราว่าเราจะเป็นยังไง จะรู้สึกยังไงเลยแม้แต่นิดเดียว **(เขาพึ่งมาเลี้ยงเราแบบจริงๆจังๆที่มีแค่3คนพ่อแม่ลูกก็ตอนเราโต ก่อนหน้านี้จะเป็น พี่เลี้ยง ปู่ ย่า พี่ป้า น้า อา ต่างๆ แม่ ผู้ไม่เคยเลี้ยงเรา ตอนแรกเกิดมีแต่พ่อกับพี่เลี้ยง เราอยู่กับพี่เลี้ยงเป็นเวลา 2ปีเกือบ3ปี เราไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุนี้หรือเปล่า ที่ทำให้เขาไม่ค่อยสนใจความรู้สึกเรา (เพื่อน) เราเจอเพื่อนที่ไม่จริงใจกับเรา ไม่สนใจไม่ใส่ใจความรู้สึกเราเช่นกัน เรารู้สึกเหมือนไม่มีตัวตนเวลาอยู่กับเพื่อนเลย รู้อะไรเราก็รู้คนสุดท้ายหลังจากเรื่องเกิดประมาน1-2อาทิตย์ เราเป็นคนขี้น้อยใจ ขี้นอย เวลาเราน้อยใจ หรือ นอยต่างๆ เราจะเงียบจะไม่พูดจนกว่าจะมีคนชวนคุย บางทีเราก็โพสนอยบ้าง ละเพื่อนเราก็จะแบบ "มีอะไรก็พูดบอกมากันตรงๆ เพื่อนกันอย่าเงียบ" พอเราพูดตรงๆใส่ ก็หาว่าเราอย่างนู้นอย่างนี้ เรื่องมากบ้าง จะอะไรหนักหนาบ้าง เราลองหายไปจากแชทกลุ่มมาหลายเดือนแล้ว เพื่อนก็ไม่ตาม ไม่แท็ก ไม่สนใจ หายไปในที่นี้คือ ไม่อ่าน ไม่ตอบ คือปิดเสียงแชท ปกติแชทกลุ่มเราจะตอบตลอดเวลาที่ว่าง พอเราหายไป ก็เหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น แล้วเพื่อนเราชอบบ่นว่า "ทำไมไม่ค่อยไปเที่ยวด้วยกันเลย มีแต่มึงคนเดียวเนี่ย ไม่เคยไปเที่ยวเลย" พอเราไปได้ เพื่อนเราก็จะแบบ "มาทำไมวะ น่าเบื่ออ่ะ รำคาญ รีบๆเที่ยว รีบๆกลับดีกว่า" ทำเหมือนไม่อยากอยู่ใกล้เรา รังเกียจเรา อาจจะเพราะหน้าตาและรูปร่างเราด้วยละมั้ง
ท้อกับการเรียน
เราไม่ชอบอาจารย์คนนี้เลย เวลาที่เรียนกับเขาแล้วเหมือนใช้พลังงานกับการเรียนเยอะมากก เหนื่อย เรียนไม่รู้เรื่อง เขาเหมือนจะเข้าใจเด็กแต่ก็ไม่เข้าใจ แล้วเราก็ไม่ชอบความกดดันด้วย เขาชอบ challenge เพื่อกระตุ้น กลับกันก็คือเราจะรู้สึก down ขึ้นเรื่อยๆ อยู่ๆ ก็คิดในหัวว่า เมื่อไหร่เขาจะเกษียณ หรือไม่ก็จะลาออกดีไหม แบบความคิดลบๆ เต็มหัวไปหมดเลย รู้สึกท้อมากกับการเรียนกับอาจารย์คนนี้
โดนให้ความหวัง หรืออะไร?
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อประมานปีที่แล้ว เราไปชอบผช. คนหนึ่ง เขาเป็นคนที่ถูกใจเราตั้งแต่เราเห็นครั้งแรก เราก็หาเฟสและแอดไปและทักไปเขาก็ตอบ แต่เราเป็นคนที่ชวนคุยไม่สนุกเวลาทักใครไป จนผ่านไปเรื่อยๆ เขารู้และเพื่อนในห้องเขารู้ เพื่อนในห้องเขาก็ล้อ แต่เราก็ไม่ได้สนใจ เรารู้ว่าเขาไม่ได้ชอบเราเพราะเขามีคนที่ชอบอยู่แล้ว เราไม่รู้ว่าเราคิดไปเองหรือเปล่า แต่เขาชอบทำมาเป็นสนใจเรา ห่วงเรา คอยมองตาม คอยเดินมาใกล้ๆ ทำให้เดินเฉียดกัน และให้ความหวังเรา เหมือนว่าเราจะสมหวังกับเขา จนวันหนึ่งเขาขึ้นสถานะกับพี่คนหนึ่ง เราเสียใจมาก และเป็นครั้งแรกที่ร้องไห้ให้ผช. เช้ามาเราต้องตื่นไปสอบกลางภาค เขารู้ว่าเราร้องไห้เพราะเพื่อนเขาบอก เขาก็มองเราแบบสะใจ หลังจากวันนั้นเราก็เริ่มไม่ชอบ จนจะเกลียด เวลาผ่านไปประมาน3-4เดือนเขาเลิกกับแฟน เราก็ไม่ได้สนใจอะไร เวลาผ่านมาจนปีนี้ เขากลับมาทำเหมือนเดิมกับเรา คอยมองด้วยสายตาที่ดูมีอะไรเป็นสายที่แบบเราอธิบายไม่ถูก เวลาเข้าแถว ถ้ายืนข้างกันเขาก็จะมอง เรา อยู่หน้าเขาก็มอง เราอยู่หลังเขาก็มอง ไม่ต้องสงสัยนะว่ารู้ได้ไง คิดไปเองเปล่าเราไม่รู้ แต่เราเป็นคนชอบหันซ้ายหันขวาเวลาเข้าแถวค่ะ เราไม่รู้ว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไงกับเรา เราไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า และเราควรทำตัวยังไงดี กับเรื่องนี้ เรากลัวเราจะเสียใจอีก ขอคำแนะนำหรืออธิบาย หรืออะไรก็ได้นะคะ เราไม่รู้จะปรึกษาใคร เพื่อนก็ติดเล่นกับเรื่องพวกนี้ พ่อแม่ก็ไม่ได้ ถ้าหากพิมพ์ผิด หรือผิดพลาดประการใด ต้องขอโทษ ด้วยนะคะ
ไม่ชอบการสอนของอาจารย์
เวลาเรียนกับเขาแล้วรู้สึกเครียดมากก มันกดดัน ตอนสั่งงานก็ชอบให้เชื่อมโยงเรื่องที่เรียนกับเรื่องอื่นมันไม่เข้าใจเลย มันเข้าไม่ถึงกับสิ่งที่เขาจะสื่อ เรียนไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย เรียนไม่กี่ชั่วโมงแต่รู้สึกเวลาผ่านไปนานมาก แบบไม่อยากเรียนกับเขาเลย มีความคิดแวบขึ้นมาว่าอยากจะลาออก กับอาจารย์คนอื่นไม่เคยเป็นแบบนี้
รู้สึกเครียด
อาจารย์ให้ส่งงานผ่านเมล์ ซึ่งงานที่ส่งเป็นงานกลุ่ม แล้วเราเป็นคนส่งงาน แต่เราเขียนเมล์อาจารย์ผิด จนอาจารย์ให้ดูงานของทุกกลุ่ม แต่ไม่มีของกลุ่มเรา ตอนนั้นเราพึ่งรู้ว่าเราเขียนเมลล์อาจารย์ผิด ก็รีบส่งใหม่ แต่ไม่ได้บอกเหตุผลกับอาจารย์ว่าทำไมพึ่งส่ง รู้สึกใจไม่ดีเลย เรารู้ว่ามันเป็นความผิดของเราเอง มันเป็นงานกลุ่มด้วยยิ่งรู้สึกแย่

มุมมองมาใหม่ล่าสุด

Nuttanon Tee
ความเสียใจที่คุ้มค่า กับ ความเสียใจที่ไร้ประโยชน์
ความเสียใจที่คุ้มค่า กับ ความเสียใจที่ไร้ประโยชน์ เราแทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกชีวิตล้วนต้องเจอกับ “ความเสียใจ” คนบางคนเจอกับความเสียใจเกือบทั้งชีวิต ผิดหวังช้ำแล้วช้ำเล่า ตั้งคำถามกับตัวเองมากมายว่าเพราะอะไรเราถึงต้องเจอกับความเสียใจและความผิดหวังนี้ไม่จบไม่สิ้นสักที พระเจ้าไม่ยุติธรรม หรือว่ามันเป็นเพราะอะไรกันแน่ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ทุกความเสียใจที่เกิดขึ้นกับเรามันล้วนมีเหตุและผล และข่าวดีคือเราเองต่างหากที่สามารถกำหนดและจัดการกับมันได้ ก่อนอื่นเลย การที่เราจดจ่อกับความเสียใจของตนเอง จดจ่ออยู่กับเรื่องที่เป็นสาเหตุของความเสียใจ มันทำให้เรามองทุกอย่างแคบและเล็กลง มองแต่ว่าตัวเองเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำ แต่ความเป็นจริงที่มากกว่านั้นคือ ทุกการเสียใจมีประโยชน์ เดี๋ยว!!! แต่ความเสียใจที่มีประโยชน์ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า พอมันมีประโยชน์ เราเองก็เอาแต่เสียใจนะคะ บางคนชอบ deep ดิ่งลงไปกับความเสียใจ ฟังกันก่อน55555 สิ่งที่กำลังจะบอกคือ มันจริงค่ะที่ความเสียใจมีประโยชน์ แต่ทุกความเสียใจจะมีประโยชน์หรอไม่ อันนี้มันขึ้นอยู่กับเราเองอย่าง 100% เลยค่ะ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าเวลาเราเสียใจ มันจะทำให้เรามองในมุมที่แคบลง และจดจ่อที่ตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายที่โดนกระทำ ให้เราหยุดคิดตรงนั้นกันสักนิด และมาคิดที่ตรงนี้กันว่า ความเสียใจที่คุณกำลังเผชิญอยู่นี้ มันก่อให้เกิดการพัฒนาของตัวเราเองหรือไม่ ถ้าการที่เราเสียใจและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น มันก็เป็นความเสียใจที่คุ้มค่า มีคนเคยบอกฉันว่าความเจ็บปวดเสียใจนี่แหละที่เป็นบทเรียนที่ดีที่สุดที่ทำให้เราเติบโตและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ^^ แต่ถ้าเราเสียใจและจดจ่อกับเรื่องที่ทำให้เสียใจช้ำแล้วช้ำเล่า ทุกครั้งที่คิดก็ร้องไห้เสียใจทุกครั้ง ทำแบบนี้ไปมาไม่ยอมลุกออกมาจากภาวะความเจ็บปวด ทำร้ายตัวเองด้วยการตอกย้ำตัวเองถึงเรื่องที่ทำให้เสียใจที่ผ่านมาไม่เลิกราสักที มันก็เป็นความเสียใจที่แสนจะไร้ประโยชน์ นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดผลดีแล้ว ยังฉุดตัวเองให้ตกต่ำลงอย่างมากถึงมากที่สุด การที่เราเสียใจมันจะมีประโยชน์หรือไม่ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับมุมมองของเราทั้งสิ้น และ 100% ด้วย คุณต้องมีมุมมองใหม่เกี่ยวกับความเสียใจ คุณต้องเรียนรู้ที่จะทำให้มันเป็นความเสียใจที่คุ้มค่าและก่อให้เกิดประโยชน์ และพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นกับตัวคุณเอง ครั้งหน้าเราจะพูดถึงรายละเอียดที่ลึกลงไปกว่านี้ และการแก้ไขที่ต้นเหตุว่าทำอย่างไรที่เราจะมีภูมิต้านทานและเข้าใจถึงต้นเหตุของความเสียใจ และปกป้องตัวเองจากความเสียใจกัน ฝากติดตามด้วยนะคะ เชอริส.
Piyathep Trungjitvilas
การดำรงชีพในปัจจุบัน
"เส้นขนานไม่มีวันเจอกัน ยาวไปไม่มีจุดสิ้นสุด" ทฤษฎีที่นักคณิตศาสตร์บอกไว้เป็นคำจำกัดความของเส้นสองเส้นเอาไว้ . แต่ว่า ในอีกมุมมองนั้นสอนให้ผมรู้ว่า "เส้นขนาน" นั้นมีจุดสิ้นสุด เส้นสองเส้นนี้กำลังจะสอนว่า ถ้าคุณมองเส้นขนานไม่มีวันเจอกัน ถ้าคุณเป็นคนที่คิดและมองทุกสิ่งในเชิงหลักการมากเกินไปโดยไม่มีความเชื่อใดๆ ชีวิตคุณจะขาดสีสรรค์ วุ่นวาย เครียด และเข้าสังคมยาก . ถามว่าผมพูดเรื่องนี้ทำไมน่ะเหรอ? ผมกำลังบอกว่าชีวิตคนๆหนึ่งควรมีทั้ง "ศาสตร์" และ "ศิลป์" โดยที่มีศาสตร์ไว้เป็นองค์ความรู้ การใช้ชีวิตบนโลกที่ไม่หยุดหมุน และศิลป์ ไว้เป็นมุมมองชีวิต จินตนาการ แรงผลักดัน กำลังใจ ทุกอย่างจะงดงาม สดใส ไร้ความรุนแรงหากเราทุกคนมีความคิดเช่นนี้ ดังนั้นถ้าคุณมีทั้งสองอย่างแล้ว คุณจะคิดว่าเส้นขนานนั้นไม่มีทางเจอกัน และเช่นกัน คุณจะมองเห็นว่า เส้นขนานนั้น จะไปจบเจอกัน เพียงคุณมองจากตรงนี้ มองที่ปัจจุบัน มองตรงไปข้างหน้าให้ไกลออกไป แล้วคุณจะเห็นว่า เส้นขนานนั้น จะไปเจอกันที่ "เส้นขอบฟ้า" Horizon line ยังไงล่ะ
Panumas Aoy Chokasame
ความต้องการที่ไม่เข้าใจ
เวลาฉันเหนื่อย ฉันอยากจะระบาย หรือถ้าฉันเหนื่อยมากๆฉันก็อยากจะมีคนที่พร้อมที่จะอยู่กับฉันไม่ต้องมีคำปลอบโยนอะไร ฉันแคค่อยากกอดและร้องไห้ไปกะเขา แต่เวลามีคนเขามาคุยกับฉัน คุยได้ไม่เท่าไรฉันรู่สึกไม่อยากจะคุยต่อกับเขา ต่มันก็ทำให้ฉันเหงามันเช่นกัน ฉันว่าฉันเองก็พร้อมจะเปิดใจ หรือฉันเงที่ยังไม่พร้อม หรือฉันกลัวการเริ่มต้นใหม่หรือเปล่า ทกวันนี้เหมือนฉันสู้มาคนเดียวตลอดบางครั้งก็คิดว่าอยยากจะหยุด แต่มันก็ทำไม่ได้ การร้องไห้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ฉันไม่รู้ว่าฉันต้องการอะไรกันแน่ ฉันสับสน